เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

มันเทศสายพันธุ์ใหม่ KU – Kakoi No. 14

มันเทศสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพของผลผลิตทั้งทางด้านเนื้อสัมผัส รสชาต คุณค่าทางโภชนาการสูง และคุณค่าเชิง Functional foods ทั้ง Pre- และ Postbiotic

11 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
มันเทศสายพันธุ์ใหม่ KU – Kakoi No. 14
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
นวัตรกรรมพร้อมใช้ของมันเทศสายพันธุ์ KU Kokei พัฒนามาพร้อมระบบมาตรฐานการผลิตที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (Standard Operating Procedures; SOPs) และระบบ traceability ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตระดับสากล (Global GAP) เพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลผลิต
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
โครงการนี้เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนามา และทดสอบต้นแบบมาก่อนหน้าแล้ว โดยมีการทดสอบเชิงการค้าในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี รวมทั้งมีการพัฒนาสายพันธุ์ KU-Kokei ระดับ TRL 8 และเทคโนโลยีการผลิตแบบ low-input ที่ผ่านการทดสอบในบางพื้นที่แล้ว และมีการพัฒนาองค์ประกอบสำคัญครบทั้งพันธุ์พืช ระบบการผลิต ระบบหลังเก็บเกี่ยว ระบบติดตามคุณภาพ และโมเดล contract farming
จุดมุ่งหมายหลักของการนำโครงการนี้มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เป้าหมาย คือ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกรในพื้นที่ข้อจำกัดสูง โดยเฉพาะต้นทุนสูง ราคาผลผลิตผันผวน และช่องทางตลาดไม่มั่นคง โครงการจึงตั้งเป้าเพิ่มรายได้สุทธิของครัวเรือนเกษตรกรอย่างน้อย 5,000 บาทต่อเดือน ลดต้นทุนการผลิตราว 30% ยืด shelf life เป็นมากกว่า 30 วัน และเชื่อมผลผลิตเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกอย่างมีระบบ อีกทั้งยังมุ่งสร้าง Learning & Innovation Platform ให้ชุมชนเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีได้ต่อเนื่องหลังโครงการสิ้นสุด
ความต้องการของโครงการ คือ การพัฒนาเชิงระบบในพื้นที่ โดยการพัฒนาระบบการผลิตที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ ดินทราย ดินกรด น้ำจำกัด และเกษตรกรสูงวัยที่มีพื้นที่ทำกินขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต ทำให้จำหน่ายผลผลิตได้แน่นอน และไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางมากเกินไป ในเชิงตลาด พื้นที่ต้องการโมเดลรับซื้อที่ชัดเจน มาตรฐานการผลิตที่ตลาดยอมรับ และระบบถ่ายทอดความรู้ที่เกษตรกรนำไปใช้เองได้จริง
จุดเด่น
มันเทศสายพันธุ์ Kokei No.14 มีจุดเด่นด้านคุณภาพผลผลิตที่สม่ำเสมอ เนื้อสัมผัสนุ่มร่วน รสหวานละมุน และมีกลิ่นรสเฉพาะตัวที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นให้การยอมรับสูง จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าพรีเมียมในตลาดบริโภคสดและตลาดแปรรูประดับคุณภาพสูง อีกทั้งมีภาพลักษณ์ด้านมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยอาหาร และความสามารถในการรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวได้ดี ทำให้เป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศที่เน้นคุณภาพ มูลค่าเพิ่ม และความแตกต่างของสินค้าในระดับสูงมาก
รายละเอียดเพิ่มเติม

มันเทศสายพันธุ์ใหม่ KU-Kokei เป็นมันเทศสายพันธุ์ที่มีการปรับตัวเ และเจริญเติบโตข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดี ทนต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ มีอายุการเก็บเกี่ยวปานกลาง (ประมาณ 4 เดือน) ผลผลิตสามารถเก็บรักษาได้นาน (shelf life มากกว่า 30 วัน) มีคุณภาพพรีเมียม คุณสมบัติของเนื้อแน่นนุ่ม ผิวเนื้อสัมผัสละเอียด ไม่มีเส้นใย หรือเสี้ยน รสชาตหวานละมุน ไม่หวานจัด (ค่าความหวาน Brix ประมาณ 24 - 30) สีเนื้อสวย ผิวเปลือกสีม่วงแดง มีผิวเปลือกบาง สามารถบริโภคได้ทั้งเปลือก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ย่อยสลายแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้มีค่า GI ต่ำ ไม่มีผลต่อปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด อีกทั้งอุดมไปด้วยเส้นใยที่ย่อยสลายและละลายในน้ำ (soluble fibre) ซึ่งเป็นลักษณะของใยอาหารที่ช่วยปรับสมดุลย์ของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย มีคุณสมบัติส่งเสริมต่อสภาวะ Pre- และ Postbiotic properties และช่วยให้อยู่ท้องได้นาน พร้อมทั้งอุดมไปด้วยกลุ่มของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ จึงเหมาะต่อการพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพและผลิตภัณฑ์อาหาร functional foods อาหารเสริมคุณค่า ที่ช่วยส่งเสริมคุณค่างทางโภชนาการและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างเด่นชัด   นอกจากนั้น การผลิตยังมีการเชื่อมโยงสัญญาซื้อขายกับภาคเอกชนโดยตรง คือ บริษัท
คาโคอิ จำกัด โดยไม่ผ่านผู้ค้าคนกลาง เพื่อส่งเสริมด้านการตลาด และพัฒนาสู่ตลาดต่างประเทศ
เช่น ประเทศญี่ปุ่น โดยมี บริษัท Farmer Sommeliers LLC (ญี่ปุ่น)
เป็นเครือข่ายภาคเอกชนผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ
ผ่านระบบการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตอันเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานระดับสากล
คือ GlobalGAP compliance certification
ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการทั้งในระดับอุปสงค์ และอุปทานตลอดห่วงโซ่คุณค่า

เงื่อนไขการใช้งาน
มันเทศสายพันธุ์ Kokei No.14 นิยมรับประทานแบบ เผา อบ นึ่ง เพราะเมื่อสุกจะมีเนื้อร่วนฟูเล็กน้อย สีเหลืองอ่อน รสหวานละมุน และมีกลิ่นรสที่ผู้บริโภคชื่นชอบ มีลักษณะเนื้อเมื่อปรุงสุกค่อนข้างนุ่ม ร่วน และให้ความหวานในระดับปานกลางถึงค่อนข้างเด่น โดยคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่เป็นแป้งที่สามารถถูกย่อยเปลี่ยนเป็นน้ำตาลระหว่างการให้ความร้อน จึงให้รสสัมผัสกลมกล่อมและมีกลิ่นรสที่ผู้บริโภคยอมรับได้ดี นอกจากนี้ยังมีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จึงสามารถนำไปพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์ functional foods นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับทำเทมปุระ มันกวน ขนมอบ และผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภทขนมขบเคี้ยวหรือไส้ขนม และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเชิงสุขภาพประเภทต่าง ๆ เนื่องจากเนื้อสัมผัสดี คงคุณภาพ และคงสภาพเนื้อสัมผัสได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ราคาขายผลผลิตของพืชเศรษฐกิจเดิมในพื้นที่ต่ำ 3–5 บาท/กก. สำคัญ
    มีผลกระทบโดยตรงการการรับรู้รายได้จากอาชีพหลักเดิมของกลุ่มเป้าหมาย
  • Shelf life ของผลผลิตสั้น สำคัญ
    Shelf life ของพืชเศรษฐกิจเดิม น้อยกว่า 7 วัน ส่งผลกลุ่มเป้าหมายต้องเร่งจำหน่าย - เกิดการสูญเสียทั้ง Pre - และ Postharvest loss - ขาดอำนาจต่อรองราคาจำหน่าย
  • ตลาดรับซื้อผลผลิตของพืชเศรษฐกิจเดิมไม่มั่นคง สำคัญ
    ระบบการส่งเสริมการผลิต และประกันการรับซื้อที่ชัดเจน
  • รายได้ครัวเรือนต่ำ สำคัญ
    เป็นผลกระทบร่วมทุก gain point
  • ต้นทุนการผลิตของพืชเศรษฐกิจเดิมในพื้นที่สูง สำคัญ
    มีผลต่อรายได้สุทธิโดยตรงของเป้าหมาย
ประโยชน์ (Gain Points)
  • ราคารับซื้อในเกณฑ์มาตรฐานสินค้าระดับพรีเมียม สูง
    ราคารับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้น ประมาณ 18 - 35 บาท/กก. (หรือ 75%)
  • ระบบการส่งเสริมการผลิต และประกันการรับซื้อที่ชัดเจน สูง
    ขายได้ 100% รายได้มั่นคงภายใต้การรับประกันราคารับซื้อ
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงร่วมทุก gain point สู่การยกระดับรายได้ภาคครัวเรือน โดยชุมชมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเชิงโครงสร้าง สูง
    เพิ่มรายได้ภาคครัวเรือน บาท/ไร่/เดือน
  • มุ่งสู่การผลิตพืชเชิงอุตสาหกรรม ระบบการผลิตมาตรฐาน (SOPs) ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตลง 30% สูง
    ปรับลดอัตราส่วน ต้นทุน/ไร่ เพิ่มอัตราส่วนกำไรต่อพื้นที่
  • Shelf life มากกว่า 30 วัน ลดสูญเสีย 20–30% สูง
    การลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย
ภาคเอกชน/การผลิต
ภาคเอกชนที่ร่วมโครงการ
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2565-66 บริษัท คาโคอิ จำกัด บริการวิชาการ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 12.560191,99.700975
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: โครงการมุ่งเน้นพัฒนาโมเดลชุมชนที่สามารถขยายผลมูลค่าการตลาดของผลผลิต
ปริมาณ: 25
SROI (Social)
ตัวชี้วัด: รายได้ครัวเรือน เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000 บาท
ปริมาณ: บาทต่อเดือน
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • เพิ่มรายได้/ครัวเรือน/เดือน 5000.00 มากกว่า 5,000 บาท/ไร่/เดือน
  • ลดต้นทุนการผลิต/ไร่ 13000.00 บาท
  • รายได้รวมของครัวเรือน/เดือน 60.00 เปอร์เซนต์
  • BCR 12.00
ผลกระทบ (Impacts)
  • ระบบเกษตรฐานชีวภาพ (BCG: bio-circular-green) ลดปัจจัยการผลิต และการใช้เคมี 1.00 ระบบการผลิต
  • เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนสำหรับครัวเรือนเกษตรกรชนบท 5000.00 ครัวเรือน/เดือน
  • ระบบตลาดใหม่เชื่อมโยงตลอด supply chain 1.00 ระบบการตลาด
  • โมเดลที่สามารถขยายผลได้สำหรับจังหวัดอื่น ๆ 1.00 ต้นแบบ