เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

สูตรอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์สำหรับการหมักอาหารเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง

การประดิษฐ์นี้เป็นการพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลัง ซึ่งส่วนผสมประกอบด้วย กากน้ำตาล อีเอ็ม ยูเรีย และน้ำ และมีกรรมวิธีผลิตตามขั้นตอนดังนี้ เตรียมหัวเชื้อโดยนำกากน้ำตาล ผสมกับน้ำ และทำการกวนให้กากน้ำตาลละลาย จากนั้นเติมอีเอ็ม แล้วทำการกวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน และตั้งสารละลายหัวเชื้อทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นทำการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อโดยนำยูเรียผสมกับกากน้ำตาล และน้ำ แล้วกวนให้กากน้ำตาล และยูเรียละลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำหัวเชื้อผสมกับอาหารเลี้ยงเชื้อ แล้วทำการเปิดป

19 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
สูตรอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์สำหรับการหมักอาหารเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
อาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลัง เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพเปลือกมันสำปะหลังซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งการใช้ประโยชน์จากเปลือกมันสำปะหลังเพื่อเป็นอาหารสัตว์โดยตรงนั้น สัตว์จะได้รับพลังงานและโปรตีนในระดับต่ำ การเพิ่มคุณค่าทางโภชนะให้กับเปลือกมันสำปะหลังจึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ โดยอีเอ็มเป็นกลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพที่มีศักยภาพในการนำมาปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบอาหารสัตว์คุณภาพต่ำ ให้มีคุณค่าทางโภชนะ และความน่ากินเพิ่มขึ้น การพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเพิ่มคุณภาพอาหารสัตว์ เพื่อใช้ทดแทนอาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงสัตว์อันจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้องได้
จุดเด่น
อาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังสามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนะโปรตีน จากปริมาณร้อยละ 2.0 โดยน้ำหนัก เป็นปริมาณร้อยละ 13.8 โดยน้ำหนัก ซึ่งมีศักยภาพในการนำมาใช้ทดแทนอาหารสำเร็จรูปสำหรับการเลี้ยงขุนแพะได้มากถึง ร้อยละ 50 โดยสามารถลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้มากกว่าร้อยละ 32 ทั้งนี้รายละเอียดคุณค่าทางโภชนะ และข้อมูลในการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์เปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็มในแพะขุน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์          สูตรอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
(อีเอ็ม) ในการหมักเปลือกมันสำปะหลังและกรรมวิธีในการผลิตสาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์          สาขาเทคโนโลยีชีวภาพในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังและกรรมวิธีในการผลิตภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องจุลินทรีย์อีเอ็มคือกลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยจุลินทรีย์หลายชนิด
เช่น Actinomyces, Arachinea,
Aspergillus, Bacillus, Bifidobacterium, Clostidium, Desulfotomaculum,
Eubacterium, Lachnospira, Lactobacillus, Leuconostoc, Pediococus,
Peptococcus, Peptostreptococcus, Propionibacterium,
Rhodophillium, Ruminococcus, Saccharomyces และ Streptococcus โดยพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้สามารถทำงานได้ดีในสภาพไร้ออกซิเจน
โดยทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลงและให้ได้กรดอินทรีย์ที่ไม่มีประจุไฟฟ้าออกมา
โดยจุลินทรีย์ในอีเอ็มจะสร้างสาร antioxidation ซึ่งป้องกันไม่ให้เกิดการย่อยสลายทำให้เน่าเปื่อย
แต่จะเกิดการย่อยสลายแบบการหมัก           ทั้งนี้ในการนำจุลินทรีย์อีเอ็มมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มคุณค่าทางโภชนะของวัตถุดิบอาหารสัตว์
โดยเฉพาะโปรตีน
สามารถทำได้ด้วยการผลิตอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็มแล้วนำมาหมักร่วมกับวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพต่ำ
เช่น การหมักกากมันสำปะหลังด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม สามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนะโปรตีน การละลายได้
และอัตราการไหลผ่านของอาหารในหลอดทดลอง (in vitro)          อาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลัง
เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพเปลือกมันสำปะหลังซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร
ซึ่งการใช้ประโยชน์จากเปลือกมันสำปะหลังเพื่อเป็นอาหารสัตว์โดยตรงนั้น สัตว์จะได้รับพลังงานและโปรตีนในระดับต่ำ
การเพิ่มคุณค่าทางโภชนะให้กับเปลือกมันสำปะหลังจึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ โดยอีเอ็มเป็นกลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพที่มีศักยภาพในการนำมาปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบอาหารสัตว์คุณภาพต่ำ
ให้มีคุณค่าทางโภชนะ และความน่ากินเพิ่มขึ้น การพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเพิ่มคุณภาพอาหารสัตว์
เพื่อใช้ทดแทนอาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงสัตว์อันจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้องได้    อาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังสามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนะโปรตีน
จากปริมาณร้อยละ 2.0 โดยน้ำหนัก เป็นปริมาณร้อยละ 13.8 โดยน้ำหนัก
ซึ่งมีศักยภาพในการนำมาใช้ทดแทนอาหารสำเร็จรูปสำหรับการเลี้ยงขุนแพะได้มากถึง
ร้อยละ 50 โดยสามารถลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้มากกว่าร้อยละ 32 ทั้งนี้รายละเอียดคุณค่าทางโภชนะ
และข้อมูลในการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์เปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็มในแพะขุน
แสดงดังตารางที่ 1
– 3   ตารางที่ 1 คุณค่าทางโภชนะของเปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็ม


คุณค่าทางโภชนะ


เปลือกมันสำปะหลังหมักยีสต์


เปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็ม




วัตถุแห้ง
(ร้อยละ)


36.3


36.8




คุณค่าทางโภชนะ (ร้อยละของวัตถุแห้ง)




    อินทรียวัตถุ


93.9


92.9




 โปรตีนหยาบ


13.7


13.8




 เยื่อใย NDF


37.6


35.1




    เยื่อใย ADF


23.4


24.1




 


 


 





ตารางที่ 2 ผลของการทดแทนอาหารข้นด้วยเปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็มต่อปริมาณการกินได้ และการย่อยได้ของแพะ




 


ทรีทเมนต์


SEM


P-value




T1


T2


T3




ปริมาณการกินได้, (กรัม/ตัว/วัน)     





อาหารหยาบ


221.1


212.8


210.7


3.70


ns




อาหารข้น


198.2a


98.2b


96.7b


3.98


**




เปลือกมันสำปะหลังหมัก


0.0b


97.8a


95.5a


6.37


**




ทั้งหมด


419.7


409.5


401.3


6.08


ns




ปริมาณการกินได้, (ร้อยละโดยน้ำหนักตัว)




อาหารหยาบ


1.3


1.2


1.2


0.09


ns




อาหารข้น


1.50a


0.75b


0.75b


0.01


**




เปลือกมันสำปะหลังหมัก


0.00b


0.75a


0.75a


0.02


**




ทั้งหมด


2.8


2.7


2.7


0.07


ns




การย่อยได้, (ร้อยละ)


 


 


 


 


 




วัตถุแห้ง


65.3


63.5


73.1


2.98


ns




อินทรีย์วัตถุ


68.3


66.2


75.6


2.97


ns




หมายเหตุ: T1 = อาหารข้น (กลุ่มควบคุม) ,
T2 = เปลือกมันสำปะหลังหมักยีสต์ทดแทนอาหารข้น 50 เปอร์เซ็นต์, T3 = เปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็มทดแทนอาหารข้น
50 เปอร์เซ็นต์, ns = ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(P>0.05), ** = มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ
(P0.05), ** = มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ
(P<0.01)


            ทั้งนี้จากผลการตรวจสอบสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับสูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังและกรรมวิธีในการผลิตที่ผ่านมาแล้วนั้น
พบว่ามีสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ 1. สิทธิบัตรเลขที่ 4327 เรื่องกรรมวิธีการผลิตมันเส้นหมักยีสต์เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบโปรตีนในสูตรอาหารข้นสำหรับสัตว์เลี้ยงเคี้ยวเอื้อง
2. สิทธิบัตรเลขที่ 18056 เรื่องกรรมวิธีการปรับปรุงคุณค่าทางโภชนะของกากมันสำปะหลัง
3. สิทธิบัตรเลขที่ 19030 เรื่องกรรมวิธีการผลิตกากมันสำปะหลังสำหรับเสริมอาหารข้นสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง
4. สิทธิบัตรเลขที่ 18396 เรื่องกรรมวิธีการเพิ่มคุณค่าทางโภชนะของกากมันสำปะหลังจากเชื้อยีสต์โดยกระบวนการหมักแบบอาหารแข็งเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทางเลือก
จากสิทธิบัตรที่กล่าวถึงทั้งหมดยังไม่ปรากฏการยื่นคำขอในลักษณะการพัฒนาผลิตภัณฑ์เปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็มแต่อย่างใด
ซึ่งการพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังดังกล่าวนี้เป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากเศษเหลือทางโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร
และลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรในการผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้องได้อย่างมีประสิทธิภาพลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์          สูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังมีส่วนผสมคือ
กากน้ำตาล อีเอ็ม ยูเรีย และน้ำ มีกรรมวิธีผลิตดังนี้ 1. เตรียมหัวเชื้อ ประกอบด้วยกากน้ำตาล
ปริมาณร้อยละ 8.7 ผสมกับน้ำ ปริมาณร้อยละ 86.9 และเติมอีเอ็ม ปริมาณร้อยละ 4.4
โดยน้ำหนัก
2. เตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ ประกอบด้วยยูเรีย ปริมาณร้อยละ 8.7 ผสมกับกากน้ำตาล
ปริมาณร้อยละ 11.5 และน้ำ ปริมาณร้อยละ 79.8 โดยน้ำหนัก          วัตถุประสงค์การประดิษฐ์นี้คือการประดิษฐ์สูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลัง
เพื่อเพิ่มคุณภาพของเปลือกมันสำปะหลัง โดยใช้ทดแทนอาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง
และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ การเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์สูตรอาหารเลี้ยงเชื้ออีเอ็มในการหมักเปลือกมันสำปะหลังมีส่วนผสมดังนี้         การเตรียมหัวเชื้อ         1.
ชั่งกากน้ำตาล ปริมาณร้อยละ 8.7 ผสมกับน้ำ ปริมาณร้อยละ 86.9 และทำการกวนให้กากน้ำตาลละลาย         2. เติมอีเอ็ม ปริมาณร้อยละ  4.4 ลงในสารละลายกากน้ำตาลในข้อ 1 จากนั้นทำการกวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
         3. ตั้งสารละลายหัวเชื้อทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ตื่นตัว         การเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ1. ชั่งยูเรีย ปริมาณร้อยละ 8.7 ผสมกับกากน้ำตาล ปริมาณร้อยละ 11.5 และน้ำ ร้อยละ 79.8 กวนให้กากน้ำตาลและยูเรียละลายเป็นเนื้อเดียวกัน          2. นำหัวเชื้อที่เตรียมไว้ ผสมกับอาหารเลี้ยงเชื้อในข้อ
1          3. เปิดปั๊มออกซิเจนเติมอากาศเพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์ทำงานและเกิดการแพร่กระจาย
เป็นเวลา 60
ชั่วโมง กรรมวิธีในการผลิตเปลือกมันสำปะหลังหมักอีเอ็ม         นำอาหารเลี้ยงเชื้อที่ได้มาหมักเปลือกมันสำปะหลัง โดยใช้สัดส่วนอาหารเลี้ยงเชื้อต่อเปลือกมันสำปะหลัง
เท่ากับ 1 ต่อ 10 โดยบรรจุลงในถังพลาสติก
แล้วทำการไล่อากาศออกให้มากที่สุดโดยการอัดให้แน่น ก่อนปิดฝาให้มิดชิด เป็นเวลา 14
วัน 
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • -
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • -
    -
กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลัก

เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง

รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
อื่นๆ
เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 13.816132,100.560259
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
ผลกระทบ (Impacts)