คาร์บอนต่อไนโตรเจน (C:N ratio): ปรับค่า C:N ให้เหมาะสม (โดยเติมคาร์บอน เช่น กากน้ำตาล) เพื่อให้จุลินทรีย์ใช้ไนโตรเจนส่วนเกิน (แอมโมเนีย, ไนไตรต์) ในการเจริญเติบโต แทนที่จะสะสมในน้ำจนเป็นพิษต่อปลา
จุลินทรีย์เฮเทอโรโทรฟิก (Heterotrophic bacteria): จุลินทรีย์เหล่านี้จะเปลี่ยนสารอินทรีย์และสารพิษเป็นมวลชีวภาพ (Biofloc)
การเติมอากาศต่อเนื่อง: เพื่อให้จุลินทรีย์และฟลอคลอยในน้ำ และรักษาระดับออกซิเจนละลาย (DO)
การหมุนเวียนสารอาหาร: ของเสียจากปลา → จุลินทรีย์ใช้ → ฟลอค → ปลากินซ้ำ → ลดของเสียสะสม
จุลินทรีย์: แบคทีเรีย เฮเทอโรโทรฟิก ไนตริไฟอิงแบคทีเรีย สาหร่ายขนาดเล็ก โปรโตซัว โรติเฟอร์ ฯลฯ
อนุภาคอินทรีย์: เศษอาหาร เศษมูลปลา เมือก และโปรตีนที่จุลินทรีย์จับกันเป็นก้อน
คุณค่าทางอาหาร: โปรตีน ~25–40% ไขมัน ~3–8% และมีกรดอะมิโนจำเป็น
1. เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีพื้นที่จำกัด - ฟาร์มขนาดเล็กในเขตชุมชนหรือเมือง - ต้องการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่โดยไม่ขยายบ่อ 2. ฟาร์มเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ - ผู้เลี้ยงปลานิล ปลาดุก กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ที่ต้องการเลี้ยงความหนาแน่นสูง - ฟาร์มที่ต้องการลดต้นทุนอาหารและการใช้น้ำ 3. ผู้ประกอบการระบบปิด (Indoor Aquaculture) - ฟาร์มในโรงเรือน หรือระบบ Recirculating Aquaculture System (RAS) - ฟาร์มในพื้นที่ที่น้ำมีจำกัดหรือคุณภาพน้ำไม่ดี 4. โครงการเพาะเลี้ยงเพื่อความยั่งยืน - หน่วยงานรัฐหรือโครงการวิจัยที่ต้องการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม 5. ผู้สนใจธุรกิจสัตว์น้ำรูปแบบใหม่ - Startup หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในฟาร์ม - กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)