เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

กระบวนการหมักโกโก้ที่มีการเติมน้ำเหลือทิ้งจากการหมัก

กระบวนการหมักโกโก้ที่มีการเติมน้ำเหลือทิ้งจากการหมัก

54 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
กระบวนการหมักโกโก้ที่มีการเติมน้ำเหลือทิ้งจากการหมัก
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
แนวคิดพื้นฐานของกระบวนการหมักนี้อาศัยหลักการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลจากเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดโกโก้ไปเป็นกรดแลกติกและกรดแอซีติก โดยยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสเป็นแอลกอฮอล์ จากนั้นแบคทีเรียกรดแลกติกเปลี่ยนน้ำตาลฟรักโทสเป็นกรดแลกติก และแบคทีเรียกรดแอซีติกนำแอลกอฮอล์ไปสร้างเป็นกรดแอซีติก กรดทั้งสองชนิดซึมเข้าสู่เนื้อเมล็ดโกโก้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีซึ่งมีผลต่อคุณภาพของเมล็ดโกโก้และกลิ่นรสของช็อกโกแลต การเติมน้ำเหลือทิ้งจากการหมักซึ่งมีปริมาณน้ำตาลอยู่ ช่วยกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์และเพิ่มระดับกรด ส่งผลให้เมล็ดโกโก้แห้งมีคุณภาพสูงขึ้นและให้กลิ่นรสของช็อกโกแลตที่ดีขึ้น
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตเมล็ดโกโก้แห้งให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้
จุดเด่น
เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มการผลิตกรดแลกติกขึ้นร้อยละ 25 และกรดแอซีติกขึ้นร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับการหมักแบบดั้งเดิม ส่งผลให้เมล็ดโกโก้แห้งมีคุณภาพสูงขึ้นทั้งด้านกลิ่นและรสชาติ โดยผลผลิตที่ได้ถูกจัดอยู่ในระดับ “ชั้นพิเศษ (Extra Class)” และ “ชั้นการหมักดี” ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2566 อีกทั้งกระบวนการยังไม่ยุ่งยาก ใช้ต้นทุนต่ำ จึงเหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในระดับชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตโกโก้ไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
การหมักโกโก้ที่มีการเติมน้ำเหลือทิ้งจากการหมัก เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาจากงานวิจัยและนำไปใช้จริงในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ และพัทลุง เพื่อสร้าง เมล็ดโกโก้แห้งที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยอาศัยการนำน้ำเหลือทิ้งที่ยังมีน้ำตาลธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่เพื่อกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์ ผ่านกระบวนการหมักแบบป้อนอาหารเป็นช่วง ๆ (fed-batch fermentation) ส่งผลให้เกิดการสร้างกรดอินทรีย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กลิ่น รส และคุณภาพของเมล็ดโกโก้ดีกว่าการหมักแบบดั้งเดิม จึงเป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายทอดสู่ชุมชนและผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มมูลค่า ยกระดับรายได้ และเสริมความมั่นคงให้กับครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้
เงื่อนไขการใช้งาน
การหมักเมล็ดโกโก้ใช้ถังไม้ที่เจาะรูด้านล่างเพื่อระบายน้ำเหลือทิ้ง โดยเก็บน้ำในช่วงต้นไว้เติมกลับตามขั้นตอนที่ออกแบบ พร้อมกลับเมล็ดทุกวันจนกระบวนการหมักสมบูรณ์ เมื่ออุณหภูมิภายในถังอยู่ระหว่าง 42–42.5 °C และเมล็ดมีลักษณะสมบูรณ์ จึงสามารถนำไปทำแห้งได้ ทั้งนี้รูปแบบถังและวิธีการกลับเมล็ดสามารถปรับให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและบริบทของพื้นที่ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน

เนื่องจากการหมักโกโก้ทำให้เกิดกรดอินทรีย์ เช่น กรดแลกติกและกรดแอซีติก หากการตากเมล็ดไม่เหมาะสมอาจทำให้เมล็ดมีรสเปรี้ยวเกินไป ดังนั้นการใช้ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบโรตารีจึงเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาได้ เปลือกเมล็ดจะไม่เหลือเยื่อปุยขาวติดอยู่ ทำให้เมล็ดมีผิวบาง กรดสามารถระเหยออกได้ง่าย ลดระยะเวลาการพักเมล็ดเพื่อคายกรดในขั้นตอนการทำช็อกโกแลต อีกทั้งเมล็ดที่ได้ยังมีลักษณะกลม สม่ำเสมอ และเหมาะสมต่อการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • -
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • -
    -
กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลัก

เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ข้างเคียง

รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
อื่นๆ
เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2568 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) วิจัย
2567 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) วิจัย
2566 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) วิจัย
2564 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) วิจัย
วิดีโอแนะนำ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 8.610727,99.927082
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: 18.85
ปริมาณ:
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
ผลกระทบ (Impacts)