ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีการปลูกผักไร้ดิน เป็นการปลูกผักด้วยเทคโนโลยีไม่ใช้ดินในการเป็นวัสดุปลูกหรือเรียกว่าการปลูกผักในน้ำที่มีการให้สารละลายที่มีแร่ธาตุจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต โดยรากของผักมีการดูดสารอาหารเข้าไปโดยตรงทำให้เจริญเติบโตได้ภายในพื้นที่จำกัด เทคโนโลยีการผักไฮโดรโปรนิกส์ระบบน้ำนิ่งให้เกิดประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการพื้นฐานในด้านการจัดการปัจจัยการเจริญเติบโตของผักชนิดต่างๆ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมโรงเรือนหรือพื้นที่วางกล่อง เลือกพื้นที่ในการวางกล่องที่มีแสงแดดส่องเพียงพอ มีการระบายและถ่ายเทของอากาศไม่สะสมโรคและแมลง โรงเรือนมุ่งหลังคาด้วยพลาสติกใสกันฝนและมีโต๊ะวางที่แข็งแรงสามารถปฏิบัติงานได้สะดวก
ขั้นตอนที่ 2) เตรียมต้นกล้าพันธุ์ผัก ควรเลือกชนิด/พันธุ์ผักที่มีคุณภาพ กลุ่มผักที่นิยมเป็นชนิดผักกินใบที่มีอายุสั้น เช่น ผักสลัด ขึ้นฉ่าย สาระแหน่ โหระพา เป็นต้น เพาะเมล็ดผักในฟองน้ำบนถาดเพาะ ให้ต้นกล้างอกรากและแตกใบจริงเพาะเลี้ยงในสภาพที่มีแสงแดดให้ต้นกล้ามีความสมบูรณ์ ประมาณ 14 วัน ก่อนแยกย้ายลงในถ้วยปลูกเพื่อเตรียมการปลูก
ขั้นตอนที่ 3) เตรียมกล่องโฟม ใช้อุปกรณ์เจาะฝากล่องโฟมให้เป็นรูขนาดเท่ากับถ้วยปลูกและให้มีระยะห่างของแถวXต้น ตามขนาดทรงพุ่มของชนิดผักต่างๆ ด้านในตัวกล่องใช้แผ่นพลาสติกสีดำรองป้องกันน้ำรั่วและไม่ให้มีแสงสว่าง
ขั้นตอนที่ 4) การเตรียมสารละลายปุ๋ย เป็นวิธีการเตรียมปุ๋ยที่แยกเป็น 2 ส่วน คือ Stock ปุ๋ย A และ Stock ปุ๋ย B เนื่องจากปัญหาการตกตะกอนของธาตุบางชนิด
ขั้นตอนที่ 5) การปลูกผักในกล่องโฟม โดยตวงน้ำลงในกล่องโฟมแล้วเติมสารละลายปุ๋ย A และ B อัตรา 3 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร โดยให้เริ่มจากปุ๋ย A ก่อน คนสารละลายให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงใส่ปุ๋ย B ลงไปแล้วคนสารละลายให้เข้ากัน นำต้นกล้าผักที่เตรียมไว้ในหลุมฝากล่องวางบนกล่องโฟม ปรับแต่งให้รากต้นกล้าแช่ลงในน้ำประมาณ ½ ของราก
ขั้นตอนที่ 6 การเก็บเกี่ยว ชนิดของผักที่ปลูกในกล่องโฟมจะมีอายุเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน เช่น ผักบุ้ง อายุ 14 วัน ผักสลัด อายุ 35-45 วันหลังเพาะเมล็ด เป็นต้น ก่อนเก็บผักมาบริโภคควรมีการเติมน้ำเปล่าลงในกล่องโฟมให้ผักเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้ปริมาณความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหารในต้นผักลดลงมีความปลอดภัยต่อการบริโภค
จุดเด่น
1. การเลือกใช้วัสดุในการผลิต วัสดุที่นำมาใช้หาได้ง่าย ประหยัด สามารถนำมาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ในการปลูก เช่น กล่องโฟม, ลังพลาสติก, อ่างน้ำพลาสติก ฯลฯ
2. ประหยัดต้นทุน ทั้งด้านพลังงานที่ไม่ใช้พลังงานในการผลิตทำให้ไม่มีปัญหาเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ รวมถึงปัญหาเรื่องการขาดน้ำ ที่สำคัญไม่เสียค่าพลังงานไฟในการผลิต รวมถึงใช้แรงงานน้อยสามารถใช้แรงงานภายในครัวเรือนได้
3. การเริ่มต้นผลิต เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูกที่ไม่ต้องการลงทุนเยอะในระบบปลูก สามารถทดลองทำได้ง่าย สามารถปลูกได้ในพื้นที่จำกัด เช่น บริเวณพื้นที่ว่างของบ้าน ภายในระเบียงบ้าน หรือปลูกในพื้นที่ตึกสูงหรือโคนโดมิเนียม เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
เทคโนโลยีการปลูกผักไร้ดิน
เป็นการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ระบบน้ำนิ่งในกล่องโฟมเป็นระบบที่ปลูกพืช
โดยรากแช่อยู่ในสารละลาย โดยจะมีการปลูกพืชบนแผ่นโฟม
หรือวัสดุที่ลอยน้ำเพื่อยึดลำต้น เป็นเทคโนโลยีการปลูกผักไร้ดินที่ต้นทุนต่ำ
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ปลูกง่าย ใช้อุปกรณ์น้อย
และเหมาะกับการทำที่บ้านหรือในพื้นที่จำกัด โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการปั๊มอากาศให้กับผัก
เทคโนโลยีการผักไฮโดรโปรนิกส์ระบบน้ำนิ่งให้เกิดประสิทธิภาพจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการพื้นฐานในด้านการจัดการปัจจัยการเจริญเติบโตของผักชนิดต่างๆ
มี 6
ขั้นตอน ประกอบด้วย
1)
การเตรียมโรงเรือนหรือพื้นที่วางกล่องโฟม
2)
เตรียมต้นกล้าพันธุ์พืชผัก
3)
เตรียมกล่องโฟม และวัสดุปลูกผักที่เหมาะสมและปลอดภัย
4)
การเตรียมสารละลายปุ๋ยสูตร AB ตามชนิดของพืช
5)
การปลูกผักในกล่องโฟม และการเติมปุ๋ยสูตร AB ที่เหมาะสมตามชนิดของพืช
6) การจัดการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชผักที่เหมาะสมและปลอดภัย