เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

พันธุ์ก่ำเจ้า มช. 107

สายพันธุ์ข้าวล้านนาโภชนาการสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าข้าวทั่วไป เช่น แกมมาออไรซานอล และแอนโทไซยานิน และมีความโดดเด่นด้านรสชาติ คือ เมล็ดสีม่วงดำ เหนียวนุ่มและมีความหอมเป็นพิเศษ

28 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
พันธุ์ก่ำเจ้า มช. 107
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
องค์ข้าวรู้ด้านสายพันธุ์ข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และกระบวนการผลิตข้าวล้านนาคุณภาพสูง
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
ส่งเสริมเกษตรกรและชุมชนให้สามารถผลิตข้าวคุณภาพสูงอย่างยั่งยืนและมีรายได้เพิ่ม
สร้างความรู้และนวัตกรรม: เกี่ยวกับการปลูก การแปรรูป และการใช้ประโยชน์เชิงอาหารและสุขภาพ
เพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวพื้นเมือง ผ่านผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอก ข้าวแปรรูป และอาหารฟังก์ชัน
ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ผลิตข้าวโภชนาการสูงที่มีคุณค่าทางสุขภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์
จุดเด่น
- พันธุ์ก่ำเจ้า มช. 107 ข้าวเจ้าสีดำ มีคุณค่าต้านอนุมูลอิสระสูง มีผลงานวิจัยรับรองด้านโภชนาการและสุขภาพ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นใน ร้านอาหารและตลาดข้าวพรีเมียม มีโอกาสต่อยอดเป็นเมนูสุขภาพ ข้าวหุงสำเร็จ ข้าวอินทรีย์
ข้าวพันธุ์นี้ ได้รับการพัฒนามาจากพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของภาคเหนือ จึงไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ยังสะท้อนถึง ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของท้องถิ่นล้านนา ข้าวเหล่านี้จึงมีมูลค่าทางวัฒนธรรมควบคู่กับมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถนำไปต่อยอดเป็น สินค้าเกษตรเชิงนวัตกรรม ที่สร้างความแตกต่างในตลาดข้าวสุขภาพและตลาดเฉพาะ (niche market) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม

ข้าวพันธุ์ก่ำเจ้า มช.107 ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ เมื่อ พ.ศ. 2542 เกิดจากการผสมพันธุ์ข้าวระหว่างข้าวเหนียวพันธุ์ก่ำดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของภาคเหนือ ไวต่อช่วงแสง และผลผลิตค่อนข้างน้อย ลำต้นอ่อนแอ ล้มง่าย และพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ที่เป็นข้าวเจ้า พื้นนุ่ม หอม แต่ไม่มีสารแอนโทไซยานิน
พันธุ์นี้ใช้เวลาการปรับปรุงมาเป็นระยะเวลานาน จนได้ข้าวเจ้า เมล็ดสีม่วงดำ มีสารแอนโทไซยานินสูง และแกมมาออไรซานอลในเมล็ดสูง ที่ได้มาจากพันธุ์ก่ำดอยสะเก็ด และได้ลักษณะความเป็นข้าวเจ้า นุ่ม และความหอม จากพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 พันธุ์นี้มีลักษณะลำต้นแข็งแรง ไม่ล้ม ผลผลิตค่อนค่างดี 400-700 กิโลกรัมต่อไร่ จึงเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและผู้บริโภค


เงื่อนไขการใช้งาน
การส่งเสริมพันธุ์ข้าวโภชนาการสูงมีต้นทุนการผลิตใกล้เคียงกับระบบการปลูกข้าวทั่วไป โดยมีต้นทุนเพิ่มเติมหลักในส่วนของเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่ราคาสูงกว่าเมล็ดพันธุ์ทั่วไป 1 เท่า (ประมาณ 25 บาท) และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูป โดยเฉลี่ยต้นทุนการผลิตข้าวเปลือกอยู่ที่ประมาณ 4000 บาทต่อไร่ต่อฤดูการผลิต และต้นทุนการผลิตข้าวกล้องแปรรูปอยู่ที่ประมาณ 6000-7000 บาทต่อไร่ต่อฤดูการผลิต ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากระบบเดิม แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากราคาจำหน่ายที่สูงขึ้นและตลาดเฉพาะกลุ่มด้านสุขภาพ
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ราคาข้าวตกต่ำเป็นประจำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว สำคัญ
    ราคาข้าวทั่วไปตกต่ำเป็นประจำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันและขาดความแตกต่างด้านคุณภาพ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำและขาดอำนาจต่อรอง
  • พื้นที่ปลูกขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับการผลิตเน้นเรื่องปริมาณ สำคัญ
    เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่มีที่ดินจำกัด (บางส่วนเป็นที่เช่า) ทำให้การใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรขนาดใหญ่ไม่คุ้มทุน และไม่สามารถแข่งขันด้านปริมาณกับภาคอื่นได้ จำเป็นต้องเน้นการผลิตข้าวคุณภาพสูงแทน
  • การขาดพันธุ์ข้าวคุณภาพที่เหมาะกับพื้นที่ สำคัญ
    เกษตรกรขาดการเข้าถึงพันธุ์ข้าวคุณภาพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และระบบการผลิตของตน แม้มีความตระหนักและต้องการปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่ข้าวคุณภาพสูง แต่ไม่มีพันธุ์ข้าวที่พร้อมใช้และเข้าถึงได้จริง ส่งผลให้ยังคงปลูกข้าวพันธุ์เดิมที่ให้มูลค่าต่ำและไม่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
ประโยชน์ (Gain Points)
  • การปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวพันธุ์ทั่วไปเป็นข้าวโภชนาการสูงและข้าวพรีเมียมที่มีตลาดเฉพาะ สูง
    เกษตรกรสามารถยกระดับผลผลิตจากข้าวทั่วไปสู่ข้าวโภชนาการสูงและข้าวพรีเมียมที่มีตลาดเฉพาะ ทำให้สามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาที่สูงกว่าข้าวทั่วไป 3–5 เท่า ลดความเสี่ยงจากราคาข้าวตกต่ำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น
  • เลือกสายพันธุ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อหน่วยพื้นที่ เหมาะกับเกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินจำกัด สูง
    เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่ปลูกขนาดเล็กให้เกิดมูลค่าสูงสุด ด้วยการผลิตข้าวคุณภาพสูงและข้าวโภชนาการสูงที่มีตลาดเฉพาะและราคาสูง โดยไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่ ทำให้การผลิตมีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับบริบทของเกษตรกรรายย่อย
  • การเข้าถึงพันธุ์ข้าวคุณภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่ สูง
    เกษตรกรสามารถเข้าถึงพันธุ์ข้าวคุณภาพและข้าวโภชนาการสูงที่เหมาะสมกับพื้นที่และระบบการผลิตของตน ผ่านการถ่ายทอดและขยายพันธุ์อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการผลิตได้จริงจากความต้องการที่มีอยู่แล้ว และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าและรายได้อย่างยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลัก

- ผู้บริโภคปลายทางที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้รักสุขภาพ, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยที่ควบคุมอาหาร เช่น เบาหวาน ความดัน - ร้านอาหาร/โรงแรม/คาเฟ่พรีเมียม ที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เพื่อสร้างเมนูเฉพาะตัว - ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ข้าวกล้องงอก, ข้าวแปรรูป, ขนมสุขภาพ, เครื่องดื่มฟังก์ชัน ต้องการผลผลิตข้าวคุณภาพสูงสำหรับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ - ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมความงาม/เครื่องสำอาง ใช้สารสกัดจากรำข้าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมความงาม - เกษตรกร/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกข้าวพันธุ์ล้านนา สนใจเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้

รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
ผู้บริโภคปลายทางที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้รักสุขภาพ, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยที่ควบคุมอาหาร เช่น เบาหวาน ความดัน- ร้านอาหาร/โรงแรม/คาเฟ่พรีเมียม ที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง เพื่อสร้างเมนูเฉพาะตัว - ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ข้าวกล้องงอก, ข้าวแปรรูป, ขนมสุขภาพ, เครื่องดื่มฟังก์ชัน ต้องการผลผลิตข้าวคุณภาพสูงสำหรับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์- ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมความงาม/เครื่องสำอาง ใช้สารสกัดจากรำข้าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมความงาม- เกษตรกร/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกข้าวพันธุ์ล้านนา สนใจเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้
ภาคประชาชน/สังคม
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายย่อยและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวทั่วไปไปสู่ข้าวโภชนาการสูง/ข้าวพรีเมียม มีพื้นที่ปลูกข้าวขนาดเล็ก–กลาง (ประมาณ 5–20 ไร่) ใช้ระบบการผลิตเดิมได้ทันที ไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่
ภาคเอกชน/การผลิต
ผู้ประกอบการข้าวพรีเมียม ข้าวสุขภาพ และร้านอาหารเพื่อสุขภาพ กลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche market) เช่น ข้าวสี ข้าวโภชนาการสูง ผู้ประกอบการแปรรูปอาหารสุขภาพและอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2568 Fundamental Fund วิจัย
2567-2568 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิจัย
2567 Fundamental Fund วิจัย
วิดีโอแนะนำ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 13.816132,100.560259
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • เกิดผลผลิตข้าวคุณภาพสูงและข้าวพรีเมียมที่มีตลาดรองรับชัดเจน เช่น ตลาดข้าวสุขภาพ ร้านอาหารพรีเมียม และตลาดเฉพาะกลุ่ม กษตรกรมีอำนาจต่อรองด้านราคาเพิ่มขึ้น จากความแตกต่างด้านพันธุ์ คุณภาพ และเรื่องราวของสินค้า ระบบการผลิตข้าวเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณไป 100.00 ตันข้าวเปลือกต่อปี
  • ตลาดปลายทางที่เชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกร 3.00 บริษัท
  • เกษตรกรมีรายได้ต่อไร่เพิ่มขึ้น และระบบการผลิตเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณสู่การแข่งขันด้านคุณค่า 50.00 ครัวเรือน
ผลกระทบ (Impacts)
  • เกิดรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนแก่เกษตรกรรายย่อย จากการผลิตข้าวคุณภาพสูงและข้าวพรีเมียมที่มีตลาดเฉพาะและราคาสูง ลดความเปราะบางจากความผันผวนของราคาข้าวทั่วไปในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อหน่วยพื้นที่ ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวขนาดเล็กมีศักยภาพในกา 2.00 เท่า เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวทั่วไป
  • เกิดโครงสร้างการผลิตข้าวเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าและคุณภาพ โดยมีสัดส่วนพื้นที่ปลูกข้าวคุณภาพสูง/ข้าวพรีเมียมเพิ่มขึ้น 70.00 % ของพื้นที่โครงการ (ไร่)
  • เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรและการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านข้าวคุณภาพ เพิ่มความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่นและองค์ความรู้ในพื้นที่ สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมามีบทบาทในภาคการผลิตและการแปรรูปข้าวคุณภาพสูง 10.00 กลุ่ม
  • เกษตรกรมีการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เนื่องจากพันธุ์ข้าวโภชนาการสูงต้องการปัจจัยการผลิตต่ำ ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีเมื่อเทียบกับการผลิตเชิงปริมาณ สนับสนุนระบบเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีจำนวนเกษตรกรที่ปรับใช้การจัดการทรัพยากรอย่า 80.00 80% ของผู้เข้าร่วมโครงการ
  • เกิดพื้นที่ต้นแบบการใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ปลูกข้าว สามารถนำไปใช้เป็นโมเดลขยายผลในพื้นที่อื่นที่มีบริบทคล้ายกัน สนับสนุนยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ 5.00 พื้นที่ภายใน 2–3 ปี