การทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray dry) ทำได้โดย การเตรียมตัวอย่างผงชงดื่มน้ำผึ้งชันโรงและทำการปรับปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมดด้วยมอลโตเด็กตรินให้ได้ 40 องศาบริกซ์จากนั้นทำการทำแห้งด้วยเครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอยที่อุณหภูมิขาเข้า (Inlet temperature) 170 องศาเซลเซียส อุณหภูมิขาออก (Outlet temperature) 95 องศาเซลเซียส และควบคุมอุณหภูมิตัวอย่างที่ 50 องศาเซลเซียส
การทำแห้งแบบระเหิด (Freeze dry) ทำได้โดยนำผงชงดื่มน้ำผึ้งชันโรงที่เติมมอลโตเดกซ์ตรินตามสัดส่วนที่เหมาะสม ปรับปริมาณความเข้มข้นของของแข็งที่ละลายอยู่ในผงชงดื่มน้ำผึ้งชันโรงให้มีค่าอยู่ที่ 40 องศาบริกซ์และนำไปแช่แข็งที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง (Miao and Roos, 2006) จากนั้นนำไปทำให้แห้งแบบแช่เยือกแข็ง (ยี่ห้อ Buchi รุ่น L200 Classic Freeze dryer บริษัท บูชิ ไทยแลนด์ จำกัด, Thailand) ที่อุณหภูมิ -55°C ภายใต้สภาวะสุญญากาศที่ความดัน 0.400 mbar เป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง นำผลิตภัณฑ์ที่ได้มาบดให้ละเอียด และทำการบรรจุใส่ถุงซิปล็อกและถุงกันชื้น เก็บไว้ที่ตู้ดูดความชื้น
การพัฒนาผงบรรจุแคปซูลจากน้ำผึ้งชันโรง
ตัวแปรหลักที่มีผลต่อคุณภาพผงและประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ชนิดและสัดส่วนของตัวพา (carrier) เช่น maltodextrin, gum arabic หรือซูโครส อัตราส่วนแกนต่อผนัง ความเข้มข้นของสารแขวนลอยป้อนเข้า (อุณหภูมิอากาศเข้าและออกของเครื่องพ่นฝอย อัตราการป้อนของฟีดและแรงดันการพ่น และเวลาการเก็บ/การอบแห้งหลังการเก็บ โดยทำการศึกษาคุณสมบัติตัวอย่างน้ำผึ้งชันโรงสดก่อนโดยนำมาตรวจวัดคุณสมบัติพื้นฐาน (ความชื้น ความเป็นกรด วิตามินและสารฟีนอลิกพื้นฐาน) จากนั้นเตรียมฟีดสำหรับพ่นฝอยโดยเจือจางน้ำผึ้งด้วยน้ำอุณหภูมิห้องจนได้ความเข้มข้นที่เหมาะสม จากนั้นผสมตัวพาในอัตราที่ออกแบบไว้โดยใช้เครื่องคนความเร็วกลางจนได้สารละลาย/สารแขวนลอยที่เข้ากันดี ก่อนป้อนเข้าเครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอย
เมื่อได้ผงน้ำผึ้งชันโรงจากการเก็บในตัวรับ ทำการเก็บผงในภาชนะแห้งแล้ววิเคราะห์เบื้องต้น ได้แก่ ความชื้นโดยวิธีมาตรฐาน (AOAC) ค่าปริมาณน้ำอิสระ ขนาดอนุภาคและการกระจายขนาดด้วยเครื่องวัด และการละลาย ตามมาตรฐานที่เหมาะสม รวมทั้งวัดปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ ปริมาณฟีนอลรวมด้วยวิธี Folin–Ciocalteu เพื่อคำนวณประสิทธิภาพการ encapsulation
| ปีงบฯ | ชื่อแหล่งทุน | ประเภท |
|---|---|---|
| 2567 | บพท | วิจัย |