อาหาร / เครื่องดื่ม / การแปรรูป รอตรวจสอบ

การยืดอายุหน่อไม้สด

“หน่อไม้” ถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศไทย แต่ปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรและผู้ประกอบการมักประสบคือ หน่อไม้สดเป็นผลผลิตที่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วหลังการเก็บเกี่ยว มักเกิดการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง สูญเสียความชุ่มชื้น และเน่าเสียในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้เกิดการล้นตลาดในช่วงฤดูกาล ผลผลิตราคาตกต่ำ และขาดโอกาสในการส่งออกหรือขยายตลาดไกล จากปัญหาดังกล่าว โครงการวิจัย “การพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรไผ่...” (โดยคณะผู้วิจัยจาก มทร.ธัญบุรี ร่วมกับ มรภ.ลำปาง

39 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
การยืดอายุหน่อไม้สด
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
1. เทคโนโลยีการถนอมและยืดอายุหน่อไม้สดหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest Shelf-life Extension): องค์ความรู้ด้านการชะลอการเสื่อมสภาพของหน่อไม้สดและการป้องกันปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาล (Browning Effect) ช่วยขยายระยะเวลาการเก็บรักษาหน่อไม้สดได้สูงสุดถึง 30 วัน
2. กระบวนการปรับสภาพด้วยความร้อนแบบลดความชื้นผิว (Pre-heat Treatment): การควบคุมอุณหภูมิอบความร้อนที่ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง เพื่อเตรียมสภาพผิวและลดอัตราการหายใจของพืชหลังเก็บเกี่ยว
3. การประยุกต์ใช้สารต้านจุลชีพชีวภาพ (Biopreservative Application): การใช้องค์ความรู้ด้านจุลชีววิทยาอาหารในการนำสารต้านจุลชีพชีวภาพ A ร่วมกับน้ำสะอาดมาแช่ปรับสภาพ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคและจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย
4. เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์และการเก็บรักษาในสภาวะควบคุม (Active Packaging & Cold Chain Storage): การเลือกใช้ถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดพิเศษ Nylon Laminate LLDPE เพื่อควบคุมการแลกเปลี่ยนก๊าซและความชื้น ร่วมกับการเก็บรักษาภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิความเย็นที่ 4 องศาเซลเซียส
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
1. เคยใช้อย่างไร
รายละเอียด:
ได้นำเทคโนโลยีไปทดสอบและถ่ายทอดการใช้งานจริงร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงไผ่ใหญ่ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และเครือข่ายนักแปรรูปขั้นต้นในพื้นที่
มีการจัดตั้ง กระบวนการผลิตต้นแบบ โดยนำหน่อไม้สดหลังเก็บเกี่ยวมาเข้าสู่กระบวนการอบความร้อนปรับสภาพ (Pre-heat treatment 45°C) แช่ปรับสภาพด้วยสารต้านจุลชีพชีวภาพ บรรจุในถุง Nylon/LLDPE และจัดเก็บในตู้แช่เย็น (4°C)
2. จุดมุ่งหมาย
รายละเอียด:
เพื่อ ขยายระยะเวลาการเก็บรักษาหน่อไม้สด จากเดิม 3–5 วัน เป็น 30 วัน โดยยังคงความสด สีสันธรรมชาติ เนื้อสัมผัสกรอบ และความปลอดภัย
เพื่อ ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest Loss) และป้องกันการเกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (Browning Effect)
เพื่อ แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ในช่วงฤดูฝน โดยการชะลอการขาย และขยายโอกาสในการจัดจำหน่ายไปยังตลาดไกลหรือนอกฤดูกาล
เพื่อ ยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถผลิตและแปรรูปหน่อไม้สดด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม มุ่งสู่ระดับอุตสาหกรรมต้นแบบ
3. ความต้องการ
รายละเอียด:
-ความต้องการด้านการขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยี: ต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมกระบวนการยืดอายุหน่อไม้สดอย่างเป็นระบบให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ และผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่อื่นๆ
-ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน/เครื่องมือ: ต้องการการสนับสนุนระบบตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เครื่องซีลบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ และตู้อบควบคุมอุณหภูมิขนาดชุมชน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
-ความต้องการด้านการเชื่อมโยงตลาด: ต้องการการสนับสนุนในการเชื่อมโยงช่องทางการจัดจำหน่ายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร (B2B) และช่องทางตลาดโมเดิร์นเทรด เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
จุดเด่น
1. ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน: สามารถคงความสด เนื้อสัมผัสกรอบ และคุณค่าทางโภชนาการของหน่อไม้สดได้นานสูงสุดถึง 30 วัน
2. ชะลอการเสื่อมสภาพและคงคุณภาพ: ช่วยลดการเกิดสีน้ำตาล (Browning Effect) และยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ปลอดภัยและใช้สารชีวภาพ: มีการนำสารต้านจุลชีพชีวภาพ (Biopreservative) มาใช้ในการถนอมอาหาร จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค
4. แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด: ช่วยให้เกษตรกรชะลอการขายในช่วงฤดูกาลที่มีผลผลิตมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาราคาตกต่ำ
5. เพิ่มโอกาสทางการค้าและการขนส่ง: ขยายระยะเวลาและรัศมีในการจัดจำหน่าย ทำให้สามารถส่งขายไปยังตลาดที่ไกลขึ้น หรือจำหน่ายนอกฤดูกาลเพื่อเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ที่มั่นคง
รายละเอียดเพิ่มเติม

การวิจัยเพื่อยืดอายุหน่อไม้สด โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ แสนเสนยา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์และยกระดับศักยภาพการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวของหน่อไม้ไผ่ตรงศรีปราจีน ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำในช่วงฤดูกาล งานวิจัยนี้ได้ศึกษากระบวนการยืดอายุหน่อไม้สดเพื่อขยายระยะเวลาการเก็บรักษาและการจำหน่ายนอกฤดูกาล ควบคู่กับการวิเคราะห์ปริมาณและคุณสมบัติของสารออกฤทธิ์ชีวภาพในหน่อไม้สด หน่อไม้ยืดอายุ และหน่อไม้ดองที่มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อสร้างแนวทางการเพิ่มรายได้ที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงไผ่ใหญ่ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

ผลการศึกษาวิจัยพบเทคโนโลยีการยืดอายุหน่อไม้สดที่สามารถขยายระยะเวลาการเก็บรักษาได้นานถึง 30 วัน โดยมีกระบวนการเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่ การนำหน่อไม้สดที่ผ่านการตัดแต่งเข้าสู่อบความร้อนที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง จากนั้นนำไปผ่านการแช่ในสารต้านจุลชีพชีวภาพ A ร่วมกับน้ำสะอาด บรรจุภายใต้บรรจุภัณฑ์ถุง Nylon + LLDPE และเก็บรักษาไว้ภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิที่ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วยชะลอการเสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ผลผลิตหน่อไม้สดเสื่อมสภาพเร็ว เกิดสีน้ำตาล และราคาตกต่ำในช่วงฤดูฝน สำคัญ
    ป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ และขาดอำนาจการต่อรองราคาในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก โดยหน่อไม้สดหลังการเก็บเกี่ยวจะเกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (Browning Effect) เสียความชุ่มชื้น และเน่าเสียอย่างรวดเร็ว ทำให้อายุการวางจำหน่ายสั้น ไม่สามารถจัดส่งไปจำหน่ายในระยะไกลได้ และเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้เกษตรกรต้องจำยอมขายในราคาที่ต่ำมาก
ประโยชน์ (Gain Points)
  • การยืดอายุการเก็บรักษาหน่อไม้สดเพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้า สูง
    ช่วยเปลี่ยนผลผลิตเกษตรขั้นต้นให้เป็นนวัตกรรมพร้อมใช้ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าและสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถเก็บรักษาหน่อไม้สดไว้ได้นานสูงสุดถึง 30 วัน โดยยังคงสีสัน ความสด กรอบ และสารออกฤทธิ์ชีวภาพที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทำให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนสามารถชะลอการขายเพื่อรอจังหวะราคาที่ดีขึ้น ขยายรัศมีขนส่งไปยังตลาดโมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร (B2B) และต่างพื้นที่ ตลอดจนสร้างโอกาสในการจำหน่ายผลผลิตนอกฤดูกาลเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
1. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรผู้ปลูกไผ่: โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงไผ่ใหญ่ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และกลุ่มเกษตรกร/นักแปรรูปขั้นต้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง 2. นวัตกรชุมชนและครัวเรือนเกษตรกร: ที่ต้องการนำเทคโนโลยีการยืดอายุไปใช้ในการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวหน่อไม้สด เพื่อลดความสูญเสีย เพิ่มระยะเวลาขาย และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครัวเรือน
ภาคเอกชน/การผลิต
1. ผู้ประกอบการแปรรูปอาหารและ SMEs: ร้านอาหาร ผู้ประกอบการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก ที่ต้องการวัตถุดิบหน่อไม้สดคุณภาพดี ปลอดภัย คงความสดกรอบ และมีอายุการเก็บรักษายาวนาน 2.ช่องทางการจัดจำหน่ายและแพลตฟอร์มการค้า: ร้านค้าในช่องทาง B2B (ร้านอาหาร/โรงงานแปรรูป) และ B2C ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2563 หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช) วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของการแปรรูปยืดอายุหน่อไม้สดเชิงพาณิชย์
ปริมาณ: 60%
SROI (Social)
ตัวชี้วัด: ผลตอบแทนสังคมจากการลงทุน (SROI) ของนวัตกรรมเทคโนโลยียืดอายุหน่อไม้สด
ปริมาณ: 2.45 (หรือ 2.50) เท่าของเงินลงทุน
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • อายุการเก็บรักษาหน่อไม้สดภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิ (4 องศาเซลเซียส) 30.00 วัน
  • ปริมาณผลผลิตหน่อไม้สดที่ไม่เน่าเสียและลดการเกิดสีน้ำตาล 80.00 ร้อยละ (หรือ %)
  • วนต่างราคาขายที่เพิ่มขึ้นจากการยืดอายุและสร้างมูลค่าเพิ่ม (เปรียบเทียบจากราคาขายสดช่วงล้นตลาด 50 บาท เป็น 80 บาท) 60.00 ร้อยละ (หรือ %)
  • ปริมาณการแปรรูปและยืดอายุหน่อไม้สดต่อวัน 100.00 กิโลกรัม/วัน
ผลกระทบ (Impacts)
  • รายได้ที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากการยืดอายุและจำหน่ายหน่อไม้สดนอกฤดูกาล / ชะลอการขาย 20.00 ร้อยละ (หรือ %)
  • การลดมูลค่าความสูญเสียจากผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำในช่วงฤดูกาล -0.26 บาท/กลุ่ม/ปี
  • จำนวนเกษตรกรและสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 30.00 ราย (หรือ คน)
  • ปริมาณขยะอินทรีย์ที่ลดลงจากการเน่าเสียของหน่อไม้สดระหว่างการขนส่งและการเก็บรักษา 40.00 ร้อยละ (หรือ %)