ความรู้ / เทคโนโลยี
1. เทคโนโลยีการถนอมและยืดอายุหน่อไม้สดหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest Shelf-life Extension): องค์ความรู้ด้านการชะลอการเสื่อมสภาพของหน่อไม้สดและการป้องกันปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาล (Browning Effect) ช่วยขยายระยะเวลาการเก็บรักษาหน่อไม้สดได้สูงสุดถึง 30 วัน
2. กระบวนการปรับสภาพด้วยความร้อนแบบลดความชื้นผิว (Pre-heat Treatment): การควบคุมอุณหภูมิอบความร้อนที่ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง เพื่อเตรียมสภาพผิวและลดอัตราการหายใจของพืชหลังเก็บเกี่ยว
3. การประยุกต์ใช้สารต้านจุลชีพชีวภาพ (Biopreservative Application): การใช้องค์ความรู้ด้านจุลชีววิทยาอาหารในการนำสารต้านจุลชีพชีวภาพ A ร่วมกับน้ำสะอาดมาแช่ปรับสภาพ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคและจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย
4. เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์และการเก็บรักษาในสภาวะควบคุม (Active Packaging & Cold Chain Storage): การเลือกใช้ถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดพิเศษ Nylon Laminate LLDPE เพื่อควบคุมการแลกเปลี่ยนก๊าซและความชื้น ร่วมกับการเก็บรักษาภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิความเย็นที่ 4 องศาเซลเซียส
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
1. เคยใช้อย่างไร
รายละเอียด:
ได้นำเทคโนโลยีไปทดสอบและถ่ายทอดการใช้งานจริงร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงไผ่ใหญ่ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และเครือข่ายนักแปรรูปขั้นต้นในพื้นที่
มีการจัดตั้ง กระบวนการผลิตต้นแบบ โดยนำหน่อไม้สดหลังเก็บเกี่ยวมาเข้าสู่กระบวนการอบความร้อนปรับสภาพ (Pre-heat treatment 45°C) แช่ปรับสภาพด้วยสารต้านจุลชีพชีวภาพ บรรจุในถุง Nylon/LLDPE และจัดเก็บในตู้แช่เย็น (4°C)
2. จุดมุ่งหมาย
รายละเอียด:
เพื่อ ขยายระยะเวลาการเก็บรักษาหน่อไม้สด จากเดิม 3–5 วัน เป็น 30 วัน โดยยังคงความสด สีสันธรรมชาติ เนื้อสัมผัสกรอบ และความปลอดภัย
เพื่อ ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest Loss) และป้องกันการเกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (Browning Effect)
เพื่อ แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ในช่วงฤดูฝน โดยการชะลอการขาย และขยายโอกาสในการจัดจำหน่ายไปยังตลาดไกลหรือนอกฤดูกาล
เพื่อ ยกระดับศักยภาพวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถผลิตและแปรรูปหน่อไม้สดด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม มุ่งสู่ระดับอุตสาหกรรมต้นแบบ
3. ความต้องการ
รายละเอียด:
-ความต้องการด้านการขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยี: ต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมกระบวนการยืดอายุหน่อไม้สดอย่างเป็นระบบให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ และผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่อื่นๆ
-ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน/เครื่องมือ: ต้องการการสนับสนุนระบบตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เครื่องซีลบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ และตู้อบควบคุมอุณหภูมิขนาดชุมชน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
-ความต้องการด้านการเชื่อมโยงตลาด: ต้องการการสนับสนุนในการเชื่อมโยงช่องทางการจัดจำหน่ายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร (B2B) และช่องทางตลาดโมเดิร์นเทรด เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
จุดเด่น
1. ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน: สามารถคงความสด เนื้อสัมผัสกรอบ และคุณค่าทางโภชนาการของหน่อไม้สดได้นานสูงสุดถึง 30 วัน
2. ชะลอการเสื่อมสภาพและคงคุณภาพ: ช่วยลดการเกิดสีน้ำตาล (Browning Effect) และยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ปลอดภัยและใช้สารชีวภาพ: มีการนำสารต้านจุลชีพชีวภาพ (Biopreservative) มาใช้ในการถนอมอาหาร จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค
4. แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด: ช่วยให้เกษตรกรชะลอการขายในช่วงฤดูกาลที่มีผลผลิตมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาราคาตกต่ำ
5. เพิ่มโอกาสทางการค้าและการขนส่ง: ขยายระยะเวลาและรัศมีในการจัดจำหน่าย ทำให้สามารถส่งขายไปยังตลาดที่ไกลขึ้น หรือจำหน่ายนอกฤดูกาลเพื่อเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ที่มั่นคง
รายละเอียดเพิ่มเติม
การวิจัยเพื่อยืดอายุหน่อไม้สด โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ แสนเสนยา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์และยกระดับศักยภาพการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวของหน่อไม้ไผ่ตรงศรีปราจีน ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำในช่วงฤดูกาล งานวิจัยนี้ได้ศึกษากระบวนการยืดอายุหน่อไม้สดเพื่อขยายระยะเวลาการเก็บรักษาและการจำหน่ายนอกฤดูกาล ควบคู่กับการวิเคราะห์ปริมาณและคุณสมบัติของสารออกฤทธิ์ชีวภาพในหน่อไม้สด หน่อไม้ยืดอายุ และหน่อไม้ดองที่มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อสร้างแนวทางการเพิ่มรายได้ที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงไผ่ใหญ่ ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
ผลการศึกษาวิจัยพบเทคโนโลยีการยืดอายุหน่อไม้สดที่สามารถขยายระยะเวลาการเก็บรักษาได้นานถึง 30 วัน โดยมีกระบวนการเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่ การนำหน่อไม้สดที่ผ่านการตัดแต่งเข้าสู่อบความร้อนที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง จากนั้นนำไปผ่านการแช่ในสารต้านจุลชีพชีวภาพ A ร่วมกับน้ำสะอาด บรรจุภายใต้บรรจุภัณฑ์ถุง Nylon + LLDPE และเก็บรักษาไว้ภายใต้สภาวะควบคุมอุณหภูมิที่ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วยชะลอการเสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ