เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

ระบบสนับสนุนการจัดการดินและน้ำอัจฉริยะ

ระบบสนับสนุนการจัดการดินและน้ำอัจฉริยะ คือ ระบบที่พัฒนาจากระบบปุ๋ยกึ่งอัตโนมัติ โดยอาศัยธาตุอาหารในดิน เครื่องตรวจสุขภาพดินแบบพกพา และคำแนะนำจากเกษตรกรในหลายจังหวัด

17 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
ระบบสนับสนุนการจัดการดินและน้ำอัจฉริยะ
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
ระบบสนับสนุนการจัดการดินและน้ำอัจฉริยะ สามารถแสดงข้อมูลธาตุอาหารที่มีในดินโดยได้จากการตรวจวัดโดยใช้เซนเซอร์ สูตรปุ๋ยที่แนะนำ อัตราการใส่ปุ๋ย ปริมาณธาตุอาหารที่ได้จากการใส่ปุ๋ย และข้อมูลการวิเคราะห์พีเอชและค่าการนำไฟฟ้าในน้ำ ที่ได้จากเซนเซอร์ รวมถึงข้อมูลสารที่ใช้ในการปรับค่าพีเอชและสูตรปุ๋ยที่ไม่ควรใส่หรือควรลด เมื่อต้องการนำข้อมูลออกมาใช้งานสามารถดำเนินการได้โดยการเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อนำข้อมูลออกมาในรูปแบบไฟล์ Excel


ข้อมูลที่ได้จากระบบสามารถทำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ในปริมาณที่เหมาะสม ลดการตกค้างของสารเคมี สามารถเลือกใช้สูตรปุ๋ยที่เหมาะสม ไม่ทำให้ดินเสื่อมสภาพ รวมถึงการระมัดระวังการใช้น้ำที่มีค่าพีเอชและค่าการนำไฟฟ้าที่สูงหรือต่ำกว่าค่าที่เหมาะสมสำหรับพืช สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใส่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี ทำให้ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพที่ดีขึ้น นำไปสู่การมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
ระบบสนับสนุนการจัดการดินและน้ำอัจฉริยะ ได้นำไปทดลองใช้ในแปลงอ้อย จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดเพชรบุรีสำหรับการวางแผนการใช้ปุ๋ยและน้ำ ในปริมาณที่เหมาะสม ลดการตกค้างของสารเคมี นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ปริมาณและสูตรปุ๋ยที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป สามารถลดการใช้ปุ๋ยที่ทำให้ดินเสื่อมสภาพ รวมถึงสามารถการระมัดระวังการใช้น้ำที่มีค่าพีเอชและค่าการนำไฟฟ้าที่สูงหรือต่ำกว่าค่าที่เหมาะสมสำหรับพืช
จุดเด่น
ระบบนอกจากจะตรวจวัดสุขภาพดิน ยังสามารถตรวจวัดน้ำได้ในเครื่องเดียวกัน พร้อมทั้งแนะนำสูตรปุ๋ย อัตราการใส่ปุ๋ย แสดงข้อมูลปริมาณธาตุอาหารที่ได้จากการใส่ปุ๋ย ได้ในเครื่องเดียว
รายละเอียดเพิ่มเติม

ระบบสนับสนุนการจัดการดินและน้ำอัจฉริยะ
สามารถแสดงข้อมูลธาตุอาหารที่มีในดินโดยได้จากการตรวจวัดโดยใช้เซนเซอร์
สูตรปุ๋ยที่แนะนำ อัตราการใส่ปุ๋ย ปริมาณธาตุอาหารที่ได้จากการใส่ปุ๋ย
และข้อมูลการวิเคราะห์พีเอชและค่าการนำไฟฟ้าในน้ำ ที่ได้จากเซนเซอร์ รวมถึงข้อมูลสารที่ใช้ในการปรับค่าพีเอชและสูตรปุ๋ยที่ไม่ควรใส่หรือควรลด
เมื่อต้องการนำข้อมูลออกมาใช้งานสามารถดำเนินการได้โดยการเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์
เพื่อนำข้อมูลออกมาในรูปแบบไฟล์
Excel



ข้อมูลที่ได้จากระบบสามารถทำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ในปริมาณที่เหมาะสม
ลดการตกค้างของสารเคมี สามารถเลือกใช้สูตรปุ๋ยที่เหมาะสม ไม่ทำให้ดินเสื่อมสภาพ
รวมถึงการระมัดระวังการใช้น้ำที่มีค่าพีเอชและค่าการนำไฟฟ้าที่สูงหรือต่ำกว่าค่าที่เหมาะสมสำหรับพืช
สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใส่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี
ทำให้ผลผลิตมีปริมาณและคุณภาพที่ดีขึ้น นำไปสู่การมีรายได้เพิ่มขึ้น
โดยคณะผู้วิจัยได้ยื่นคำขอจดอนุสิทธิบัตร เลขที่คำขอ
2503003510 

ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ต้นทุนปุ๋ยต่อไร่สูง
    ต้นทุนปุ๋ยต่อไร่สูง
  • เกษตรกรใช้ปุ๋ยโดยไม่ทราบสุขภาพดิน
    เกษตรกรใช้ปุ๋ยโดยไม่ทราบสุขภาพดิน
  • ดินเสื่อมสภาพจากการใช้ปุ๋ยที่ไม่เหมาะสมกับสุขภาพดิน
    ดินเสื่อมสภาพจากการใช้ปุ๋ยที่ไม่เหมาะสมกับสุขภาพดิน
  • ผลผลิตต่อไร่น้อยและค่าความหวานของอ้อยต่ำ ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา
    ผลผลิตต่อไร่น้อยและค่าความหวานของอ้อยต่ำ ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา
ประโยชน์ (Gain Points)
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดราชบุรี
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2568 บพท. วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: -
ปริมาณ: 0
SROI (Social)
ตัวชี้วัด: -
ปริมาณ: -
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการดินและน้ำในแปลงอ้อย โดยเกษตรกรสามารถวางแผนการใช้ปุ๋ยและน้ำได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของพืชในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการดินและน้ำในแปลงอ้อย โดยระบบช่วยคำนวณปริมาณและสูตรปุ๋ยที่เหมาะสม ทำให้ลดความสูญเสียและต้นทุนการผลิต
  • ลดการใช้สารเคมีและการเสื่อมสภาพของดิน โดยการใช้ปุ๋ยอย่างแม่นยำ (Precision Fertilization) ช่วยลดการตกค้างของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดิน
  • ลดการใช้สารเคมีและการเสื่อมสภาพของดินโดยปรับสมดุลธาตุอาหารในดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับพืช ลดการเสื่อมโทรมของหน้าดินในระยะยาว
  • ควบคุมการใช้น้ำ โดยระบบสามารถตรวจวัดค่าพีเอช (pH) และค่าการนำไฟฟ้า (EC) รวมถึงความชื้น เพื่อควบคุมการใช้น้ำให้เหมาะสมกับสภาพดินและชนิดพืช
  • ควบคุมการใช้น้ำ โดยลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำที่มีคุณภาพไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต
  • เพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อยอย่างต่อเนื่อง โดยผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นจากการจัดการธาตุอาหารและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อยอย่างต่อเนื่อง โดยคุณภาพของอ้อย เช่น ค่าความหวาน (Brix) ดีขึ้น ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร
ผลกระทบ (Impacts)
  • ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและน้ำเฉลี่ยได้ร้อยละ 15-20 ต่อฤดูการผลิต
  • เพิ่มรายได้สุทธิของเกษตรกรจากผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น
  • เกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ให้กับเกษตรกรในพื้นที่
  • ยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  • เสริมสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบในการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ
  • ลดการเสื่อมสภาพของดิน ลดการตกค้างสารเคมีในดิน เนื่องจากการใช้ปุ๋ยในปริมาณและชนิด ที่เหมาะสมกับการปลูกอ้อยในแต่ละช่วงเวลา