ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีการอบแห้งพลังงานทดแทน และการถ่ายเทความร้อน โดยใช้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนพบว่าการอบแห้งโดยใช้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนจากแก๊ส LPG ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในพื้นที่ห่างไกล และความร้อนจากระบบฮีตเตอร์ สามารถนำมาใช้ร่วมกับเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะสมนำไปใช้ในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงแดดหรือป้องกันการเกิดเชื้อราของผลผลิตทางการเกษตรที่อบแห้ง
ในเวลากลางวันแล้วไม่แห้ง โดยจากการทดสอบอบแห้งสับปะรดพบว่าสามารถประหยัดเวลาในการอบแห้งได้ 1 วัน ซึ่งสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้แก่กลุ่มผู้แปรรูปได้ จากการทดสอบพบว่าการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวมีค่าความร้อนสูงกว่าการอบแห้งด้วยเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน เนื่องจากระบบแลกเปลี่ยนความร้อนมีการสูญเสียพลังงาน 2 ส่วน ในด้านของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนและท่อส่งลมเข้าสู่ห้องอบแห้ง และไม่สามารถเพิ่มอุณหภูมิการอบแห้งให้สูงกว่า 70 องศาเซลเซียสได้ เพราะจะมีผลต่อวัสดุของเครื่องอบแห้งนั่นคืออาจเกิดการเสียรูปของแผ่นโพลีคาร์บอเนต ด้านค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อการอบแห้ง มีราคาประมาณ 84 บาทต่อครั้งการอบแห้ง มีระยะเวลาการคืนทุนที่ 2.8 เดือนจากการอบแห้งสับปะรด อาจมีระยะเวลาการคืนทุนที่สั้นกว่าหากอบแห้งผลผลิตทางการเกษตรที่มีมูลค่าสูง จากการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของสับปะรดด้านสีพบว่าเครื่องอบแห้งลมร้อนมีสีที่เหลืองอ่อนกว่าการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เนื่องจากไม่มีผลกระทบของรังสีอัลตราไวโอเลทมาทำให้สีของสับปะรดเข้มขึ้น
จุดเด่น
จุดเด่นหรือความแตกต่างที่สำคัญ เช่น ประสิทธิภาพสูงกว่า ใช้เวลาในการอบแห้งลดลง 40%, มีระบบให้ความร้อนที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้สม่ำเสมอ, ไม่มีควันพิษจากการเผาไหม้ของแก๊สเข้าไปสัมผัสกับอาหารโดยตรงเหมือนตู้อบแห้งแก๊สโดยทั่วไป ให้ผลิตภัณฑ์มีสีสันสวยงาม และไม่มีกลิ่นเหม็นแก๊ส, ใช้งานและดูแลรักษาง่าย, เคลื่อนย้ายได้ง่าย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ออกแบบให้มีพื้นที่ในการวางผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นและมีการหมุนเวียนของลมภายในทำให้การอบแห้งได้เร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับชุดให้ความร้อนเสริมเพื่อใช้ในเวลาที่ไม่มีพลังงานจากแสงอาทิตย์หรือการอบแห้งต่อในช่วงเวลากลางคืนได้ จากแหล่งพลังงานให้ความร้อนเสริมเป็นระบบให้ความร้อนด้วยไฟฟ้าได้ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทการใช้งานของแต่ละพื้นที่