วัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic natural rubber) เป็นวัสดุนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานเป็นวัสดุจักสานทดแทนวัสดุจักสานจากธรรมชาติ
จุดเด่นของยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก คือ เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น
แต่สามารถแปรรูปด้วยกระบวนการแปรรูปพลาสติก ใช้พลังงานในการแปรรูปต่ำ
และสามารถแปรรูปซ้ำได้
ส่วนประกอบหลักของยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกประกอบด้วยยางธรรมชาติและเทอร์โมพลาสติก
เช่น พอลิโพรพิลีน (Polypropylene) หรือพอลิเอทิลีน (Polyethylene)
โดยสามารถทดแทนเทอร์โมพลาสติกบางส่วนในสูตรด้วยขยะพลาสติก
ซึ่งวัสดุจักสานยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกที่พัฒนาขึ้น มีสมบัติเชิงกลที่ดี
อีกทั้งยังมีความนุ่มมือ ทนทาน และใช้ง่าย
โดยอ้างอิงจากการสอบถามความพึงพอใจจากผู้ใช้งานจากงานวิจัยที่ผ่านมา
ที่ผ่านมา
คณะนักวิจัยได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกในงานหัตถกรรมจักสาน
เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกทดแทนการใช้วัสดุจักสานจากธรรมชาติ เช่นกระจูด หรือหวาย
รวมถึงทดแทนเส้นพลาสติก โดยมีการทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนนำร่องในพื้นที่จังหวัดสตูลในช่วงแรก
(ปี 2565) จำนวน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานยางพารา อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปบ้านควนกลาง อำเภอละงู จังหวัดสตูล และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดาหลาปาเต๊ะ
อ.ควนโดน จ.สตูล จากผลการดำเนินการอบรมให้ความรู้ด้านหัตถกรรมจักสานจากวัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนำร่องทั้ง 3 แห่ง ส่งผลให้สมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถผลิตกระเป๋าจักสานที่มีรูปแบบและลวดลายต่างๆ
โดยใช้วัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกได้ และสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับครัวเรือน
โดยช่องทางการสร้างรายได้ของกลุ่มแบ่งเป็น 2 ช่องทางคือ (1)
การรับจ้างผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ LongPly ซึ่งมีบริษัท โพลิทิงส์ ครีเอชั่น แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
เป็นผู้สั่งผลิตและจัดจำหน่าย และ (2) ผลิตกระเป๋าและจำหน่ายในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือส่วนตัว
นอกจากนี้ยังมีการขยายผลการใช้ประโยชน์ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกไปยังพื้นที่ต่างๆ
ได้แก่
พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ผ่านความร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้
(ศอ.บต.) ในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชายแดนใต้ อาทิเช่น
กลุ่มผู้ปกครองเด็กพิการ กลุ่มสตรี และกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงการขยายการใช้ประโยชน์ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกไปยังภูมิภาคอื่นๆ
เช่น ภาคเหนือ
โดยเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกให้กับสมาคมผู้พิการ
จังหวัดน่าน
ทำให้กลุ่มผู้พิการสามารถสร้างรายได้จากกระเป๋าจักสานยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก นอกจากนี้วัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์
และวัสดุตกแต่ง โดยที่ผ่านมามีความร่วมมือกับบริษัทเอกชนผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่ง
ได้แก่ บริษัท เคนคูน จำกัด บริษัท คอร์เนอร์ 43 เดคคอร์ จำกัด และบริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด ในการทดลองผลิตสินค้าต้นแบบเฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งบ้าน
สำหรับโครงการนี้มีผู้ใช้งานนวัตกรรม 2
กลุ่ม ได้แก่ ภาคเอกชน คือ บริษัท โพลิทิงส์ ครีเอชั่น แอนด์เซอร์วิส จำกัด และภาคชุมชน
คือ กลุ่มชุมชนในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่เทศบาลเมืองคอหงส์
โดยทางบริษัทฯ มีแผนที่ขยายตลาดกระเป๋าจักสานยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก
จึงต้องมุ่งเน้นเรื่องของกำลังการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
รวมถึงควบคุมต้นทุนการผลิต
จึงร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของนวัตกรรมวัสดุจักสานจากยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก
เพื่อนำเอานวัตกรรมวัสดุดังกล่าวไปถ่ายทอดการใช้ประโยชน์ให้กับกกลุ่มชุมชนที่มีพื้นที่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัยและบริษัท
โดยในการดำเนินงานจะเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตผลิตภัณฑ์จักสานยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกให้กับครัวเรือนในชุมชนในเขตพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์
โดยมีส่วนงานพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคมของเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์
ให้การสนับสนุนและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการ
รวมถึงคัดเลือกบุคลากรภายในชุมชนเพื่อเป็นนวัตกรชุมชน
ทั้งนี้บริษัทมีการกำหนดมาตรฐานการผลิตในแต่ละขั้นตอนเพื่อการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์
โดยมีนวัตกรชุมชนที่พัฒนาขึ้นเป็นผู้ควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิตสินค้าหัตถกรรมจากสานที่ชุมชนผลิตขึ้นมา
ในการประเมินความคุ้มค่าของการใช้วัสดุจักสานจากยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก
โดยคำนวณจากราคาขายกระเป๋าแบบที่เป็นที่นิยม ราคาใบละ 2,600 บาท ซึ่งในการตั้งราคาขายมีการนำต้นทุนวัสดุ
ค่าจ้างสาน ค่าจ้างขึ้นรูป ค่าการตลาด โดยแบ่งออกเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 1 และมีการตั้งราคาขายโดยกำหนดต้นทุน เท่ากับ 40% ของราคาขาย ทั้งนี้ในส่วนของกำไร 15% จะแบ่งออกเป็น ปันผลชุมชนและผู้ร่วมทุน การวิจัยและพัฒนา
การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และกองทุน/การลงทุนใหม่ สัดส่วนดังแสดงในตารางที่ 2
ตารางที่ 1 การประเมินต้นทุนต่อหน่วยของกระเป๋า
ห่วงโซ่คุณค่า
รายละเอียด
ต้นทุน (บาท)
สัดส่วนร้อยละ
ต้นน้ำ
วัตถุดิบ
150
5.8
กลางน้ำ
จักสาน/ตัดเย็บ/ประกอบ
890
34.2
ปลายน้ำ
การตลาด/บรรจุภัณฑ์/ขนส่ง
1,560
60.0
รวม
2,600
100.0
ตารางที่ 2 สัดส่วนการจัดสรรกำไร
ลำดับที่
รายละเอียด
สัดส่วนร้อยละ
1
ปันผลผู้ร่วมทุน (บริษัท)
50
2
ปันผลชุมชน
10
3
การวิจัยและพัฒนา
10
3
การพัฒนาทรัพยากรบุคคล
10
4
กองทุน/การลงทุนใหม่
20
เพื่อเป็นการยกระดับรายได้ของครัวเรือนตามเป้าหมายของโครงการในการเพิ่มรายได้ครัวเรือน
5,000 บาท/ครั้วเรือน
โครงการได้วางแผนรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ระยะเวลา 1 ปี รวม 4,500 ใบ เป็นเงินทั้งสิ้น 11,700,000 บาท
โดยแบ่งเป็นรายได้ของส่วนต่างๆ ดังแสดงในตารางที่ 3 โดยแบ่งเป็นรายได้ของส่วนต้นน้ำ
4% ส่วนของกลางน้ำ
27% และส่วนของปลายน้ำ
71% ทั้งนี้มีการจัดสรรกำไรจากการจัดจำหน่ายกลับไปยังชุมชนเพื่อเป็นการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าและการบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็ง
จำนวน 10% จากกำไรสุทธิ
หรือคิดเป็นเงินจำนวน 9,750 บาท/เดือน หรือปีละ 117,000 บาท
ตารางที่
3
การจำแนกร้อยละที่มาของรายได้ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ที่
Supply chain
ที่มาของรายได้
รายได้ (บาท)
ร้อยละ
1
ต้นน้ำ:มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
(การผลิตวัสดุยางธรรมชาติ
เทอร์โมพลาสติก)
วัตถุดิบ
175,500
1
จ้างงาน
155,250
1
เครื่องจักร/การจัดการ
344,250
2
2
กลางน้ำ:
ชุมชน
(ผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป)
วัสดุ/อุปกรณ์
2,106,000
12
จ้างงาน
2,106,000
12
การจัดการ/อื่นๆ
468,000
3
3
ปลายน้ำ:
บริษัท โพลิทิงส์ ครีเอชัน แอนด์
เซอร์วิส จำกัด
(จัดจำหน่าย)
ค่าจ้างผลิต/บรรจุภัณฑ์
4,680,000
27
การตลาด/กำไรค้าปลีก/การจัดการ
5,265,000
31
ปันผล/กำไร/วิจัยและพัฒนา
1,755,000
10
| ปีงบฯ | ชื่อแหล่งทุน | ประเภท |
|---|---|---|
| 2567 | วช | วิจัย |
| 2566 | วช | วิจัย |