เกษตรกรรม (ปศุสัตว์) รอตรวจสอบ

การประเมินค่าคะแนนร่างกายโครีดนมและโคนมก่อนคลอด

คะแนนร่างกายโคนมในแต่ละช่วงการให้นมนั้น ควรมีความสมบูรณ์ร่างกายที่ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป ระดับคะแนนควรอยู่ที่ 2.5-4.0 และแต่ละวัยของโคควรมีความสมบูรณ์ของร่ายกายต่างกัน ตามสถานะของโคในแต่ละช่วงการให้นม ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกาย ปริมาณน้ำนม และความสมบูรณ์พันธุ์ในและโคนมก่อนคลอดและโครีดนม เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการการให้อาหารให้ตรงตามความต้องการของโคนม หากโคนมก่อนคลอดมีคะแนนร่างกาย ≤3 หรือช่วงคลอดลูกคะแนนร่างกาย 2.75 และ/หลังคลอดมีคะแนนร่างกายลดลง 1.25 คะแนน จะต้องได้รับการจัดการอาหารอย่างเ

16 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
การประเมินค่าคะแนนร่างกายโครีดนมและโคนมก่อนคลอด
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกายและปริมาณน้ำนม
คะแนนร่างกายของโคนมมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำนม ซึ่งการประเมิน BCS เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการประเมินการจัดการโภชนาการของโคนม BCS ที่เหมาะสมของโคนมเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญของการจัดการโคนม เนื่องจากโคที่ผอมหรืออ้วนเกินไป อาจมีความเสี่ยงต่อการให้น้ำนมลดลงและจำนวนโซมาติกเซลล์ (somatic cell count, SCC) ของน้ำนมสูงขึ้น Agenas et al. (2003) รายงานว่าเมื่อโคนมอยู่ในช่วงการให้นมสูงสุด มีความต้องการพลังงานมากกว่าปริมาณพลังงานที่ได้รับ ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะ NEB จากนั้นโคนมจะดึงพลังงานสำรองออกมาใช้ ซึ่งทำให้น้ำหนักลดลงตามมา โดยเฉพาะในโคนมที่ให้ปริมาณน้ำนมสูงมักมี NEB รุนแรงมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังคลอดและยังอยู่ในสภาวะขาดสมดุลจนกระทั่งประมาณ 10 สัปดาห์หลังคลอด (Suriyasathaporn et al., 2000) Domecq et al. (1997) พบว่า สัปดาห์ที่ 4 และ 8 จะมี BCS ต่ำที่สุด (BCS 2.00) และค่าเฉลี่ยของคะแนนร่างกายจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ 8 หลังคลอด เมื่อแม่โคสามารถฟื้นตัวจากความสามารถในการกินได้ที่มากขึ้น จึงจะมีการเริ่มสะสม BCS ซึ่งจะพบในโคให้นมช่วงกลางและปลาย (Mishra et al., 2016)
ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกายและความสมบูรณ์พันธุ์
คะแนนร่างกายนอกจากจะมีผลต่อปริมาณน้ำนมแล้ว ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการสืบพันธุ์และความสมบูรณ์พันธุ์ด้วย โคนมหลังคลอดมักอยู่ในสภาวะ NEB ซึ่งก่อให้เกิดสารเมตาบอไลต์ในเลือดที่ทำให้ประสิทธิภาพในการสืบพันธุ์ลดลง (Butler et al., 2000) นอกจากนี้ NEB จะทำให้การตกไข่ครั้งแรกล่าช้า โดยการจำกัดการเติบโตของโดมิแนนท์ฟอลลิเคิลและการผลิตฮอร์โมน E2 การลดปริมาณของอินซูลิน IGF-1 และ LH pulses (Chagas et al., 2007) Butler et al. (2005) พบว่า NEB หรือการสูญเสีย BCS มากขึ้นในช่วง 30 วันแรกหลังคลอดทำให้การตกไข่ครั้งแรกล่าช้า อัตราการผสมติดลดลง แม่โคที่ยังไม่ตกไข่หลังจากให้นม 50 วัน จะมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ตั้งท้อง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะถูกคัดทิ้ง จากการศึกษาของ Mihajlovicova and Mudron (2020) พบว่าโคนมที่มีคะแนนร่างกายมากก่อนคลอด มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบสืบพันธุ์ มีปริมาณแคลเซียมลดลงในช่วงหลังคลอด และมีโรคเกี่ยวกับการเผาผลาญ โดยโรคระบบการเผาผลาญมักเกิดจากการสูญเสีย BCS มากก่อนคลอด การสูญเสีย BCS มากกว่า 0.5 คะแนน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมดลูกอักเสบ กระเพาะพลิก โรคกีบ คีโตซีส และโรคไข้น้ำนม (Kim and Suh, 2003) ดังนั้นการสูญเสียคะแนนร่างกายช่วงหลังคลอด จึงไม่ควรเกิน 0.5 คะแนน จึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์พันธุ์ของโคนนม (Smith et al., 2014) แต่จากการศึกษาของ Freret et al. (2005) พบว่าโคนมที่สูญเสีย BCS มากกว่า 1.5 คะแนน ระหว่าง 0-60 วันหลังคลอด จะไม่มีวงรอบหรือมีระยะ luteal เป็นเวลานาน ทำให้การกลับสัดหลังคลอดยาวนาน ตกไข่ล่าช้า และสูญเสียการตั้งท้องในที่สุด (Graff et al., 2017) นอกจากนี้ Carvalho et al. (2014) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกายและความสมบูรณ์พันธุ์ในโครีดนมช่วงผสมพันธุ์ พบว่า โคนมที่มี BCS ≥ 2.75 มีอัตราการตั้งท้องสูงกว่า โคนมที่มี BCS ≤ 2.5 คะแนน (49.2 และ 40.4 % ตามลำดับ; รูปที่ 4) และการฟื้นตัวของการทำงานของรังไข่ที่ล่าช้ามีความสัมพันธ์กับคะแนนร่างกายที่ไม่ดีในช่วงการคลอด สถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อการกินอาหารในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีรายงานความสำคัญของจำนวนครั้งของการให้นม (lactation number) ที่มีผลต่ออัตราการผสมติดหลังผสมเทียมครั้งแรก โดยการศึกษาของ Montiel-Olguin et al. (2019) พบว่า โคนม lactation ที่ 3 ขึ้นไป BCS ขณะคลอดไม่มีผลต่ออัตราการผสมติด แต่โคนม lactation ที่ 1 (BCS 2.5-3.0) และ 2 (BCS ≤2.5) จะมีอัตราการผสมติดสูงที่สุด (63.2 และ 67.9% ตามลำดับ)
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
เป้าหมายของการประเมินค่าคะแนนร่างกาย
1) ติดตามความสมบูรณ์ร่างกาย
2) เป็นตัวชี้วัดความสมดุลระหว่างการได้รับอาหารกับการใช้พลังงาน
3) ช่วยวางแผนการจัดการอาหารและสุขภาพ
4) เชื่อมโยงถึงสมรรถภาพการสืบพันธุ์และการให้ผลผลิต
จุดเด่น
คะแนนร่างกายโคนมในแต่ละช่วงการให้นมนั้น ควรมีความสมบูรณ์ร่างกายที่ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป ระดับคะแนนควรอยู่ที่ 2.5-4.0 และแต่ละวัยของโคควรมีความสมบูรณ์ของร่ายกายต่างกัน ตามสถานะของโคในแต่ละช่วงการให้นม ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกาย ปริมาณน้ำนม และความสมบูรณ์พันธุ์ในโคนมก่อนคลอดและโครีดนม เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการการให้อาหารให้ตรงตามความต้องการของโคนม หากโคนมก่อนคลอดมีคะแนนร่างกาย ≤3 หรือช่วงคลอดลูกคะแนนร่างกาย 2.75 และ/หลังคลอดมีคะแนนร่างกายลดลง 1.25 คะแนน จะต้องได้รับการจัดการอาหารอย่างเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะ NEB ซึ่งส่งผลต่อเป้าหมายการผลิตที่ดี ทั้งปริมาณน้ำนม และความสมบูรณ์พันธุ์ เช่น อัตราการเป็นสัดหลังคลอด และอัตราการผสมติด เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม

คะแนนร่างกายโคนมในแต่ละช่วงการให้นมนั้น ควรมีความสมบูรณ์ร่างกายที่ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป ระดับคะแนนควรอยู่ที่ 2.5-4.0 และแต่ละวัยของโคควรมีความสมบูรณ์ของร่ายกายต่างกัน ตามสถานะของโคในแต่ละช่วงการให้นม 

ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกายและปริมาณน้ำนม

คะแนนร่างกายของโคนมมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำนม ซึ่งการประเมิน BCS เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการประเมินการจัดการโภชนาการของโคนม BCS ที่เหมาะสมของโคนมเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญของการจัดการโคนม เนื่องจากโคที่ผอมหรืออ้วนเกินไป อาจมีความเสี่ยงต่อการให้น้ำนมลดลงและจำนวนโซมาติกเซลล์ (somatic cell count, SCC) ของน้ำนมสูงขึ้น Agenas et al. (2003) รายงานว่าเมื่อโคนมอยู่ในช่วงการให้นมสูงสุด มีความต้องการพลังงานมากกว่าปริมาณพลังงานที่ได้รับ ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะ NEB จากนั้นโคนมจะดึงพลังงานสำรองออกมาใช้ ซึ่งทำให้น้ำหนักลดลงตามมา โดยเฉพาะในโคนมที่ให้ปริมาณน้ำนมสูงมักมี NEB รุนแรงมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังคลอดและยังอยู่ในสภาวะขาดสมดุลจนกระทั่งประมาณ 10 สัปดาห์หลังคลอด (Suriyasathaporn et al., 2000) Domecq et al. (1997) พบว่า สัปดาห์ที่ 4 และ 8 จะมี BCS ต่ำที่สุด (BCS 2.00) และค่าเฉลี่ยของคะแนนร่างกายจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ 8 หลังคลอด เมื่อแม่โคสามารถฟื้นตัวจากความสามารถในการกินได้ที่มากขึ้น จึงจะมีการเริ่มสะสม BCS ซึ่งจะพบในโคให้นมช่วงกลางและปลาย (Mishra et al., 2016)

ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกายและความสมบูรณ์พันธุ์

คะแนนร่างกายนอกจากจะมีผลต่อปริมาณน้ำนมแล้ว ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการสืบพันธุ์และความสมบูรณ์พันธุ์ด้วย โคนมหลังคลอดมักอยู่ในสภาวะ NEB ซึ่งก่อให้เกิดสารเมตาบอไลต์ในเลือดที่ทำให้ประสิทธิภาพในการสืบพันธุ์ลดลง (Butler et al., 2000) นอกจากนี้ NEB จะทำให้การตกไข่ครั้งแรกล่าช้า โดยการจำกัดการเติบโตของโดมิแนนท์ฟอลลิเคิลและการผลิตฮอร์โมน E2 การลดปริมาณของอินซูลิน IGF-1 และ LH pulses (Chagas et al., 2007) Butler et al. (2005) พบว่า NEB หรือการสูญเสีย BCS มากขึ้นในช่วง 30 วันแรกหลังคลอดทำให้การตกไข่ครั้งแรกล่าช้า อัตราการผสมติดลดลง แม่โคที่ยังไม่ตกไข่หลังจากให้นม 50 วัน จะมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ตั้งท้อง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะถูกคัดทิ้ง จากการศึกษาของ Mihajlovicova and Mudron (2020) พบว่าโคนมที่มีคะแนนร่างกายมากก่อนคลอด มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบสืบพันธุ์ มีปริมาณแคลเซียมลดลงในช่วงหลังคลอด และมีโรคเกี่ยวกับการเผาผลาญ โดยโรคระบบการเผาผลาญมักเกิดจากการสูญเสีย BCS มากก่อนคลอด การสูญเสีย BCS มากกว่า 0.5 คะแนน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมดลูกอักเสบ กระเพาะพลิก โรคกีบ คีโตซีส และโรคไข้น้ำนม (Kim and Suh, 2003) ดังนั้นการสูญเสียคะแนนร่างกายช่วงหลังคลอด จึงไม่ควรเกิน 0.5 คะแนน จึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์พันธุ์ของโคนนม (Smith et al., 2014) แต่จากการศึกษาของ Freret et al. (2005) พบว่าโคนมที่สูญเสีย BCS มากกว่า 1.5 คะแนน ระหว่าง 0-60 วันหลังคลอด จะไม่มีวงรอบหรือมีระยะ luteal เป็นเวลานาน ทำให้การกลับสัดหลังคลอดยาวนาน ตกไข่ล่าช้า และสูญเสียการตั้งท้องในที่สุด (Graff et al., 2017) นอกจากนี้ Carvalho et al. (2014) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนร่างกายและความสมบูรณ์พันธุ์ในโครีดนมช่วงผสมพันธุ์ พบว่า โคนมที่มี BCS ≥ 2.75 มีอัตราการตั้งท้องสูงกว่า โคนมที่มี BCS ≤ 2.5 คะแนน (49.2 และ 40.4 % ตามลำดับ; รูปที่ 4) และการฟื้นตัวของการทำงานของรังไข่ที่ล่าช้ามีความสัมพันธ์กับคะแนนร่างกายที่ไม่ดีในช่วงการคลอด สถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อการกินอาหารในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีรายงานความสำคัญของจำนวนครั้งของการให้นม (lactation number) ที่มีผลต่ออัตราการผสมติดหลังผสมเทียมครั้งแรก โดยการศึกษาของ Montiel-Olguin et al. (2019) พบว่า โคนม lactation ที่ 3 ขึ้นไป BCS ขณะคลอดไม่มีผลต่ออัตราการผสมติด แต่โคนม lactation ที่ 1 (BCS 2.5-3.0) และ 2 (BCS ≤2.5) จะมีอัตราการผสมติดสูงที่สุด (63.2 และ 67.9% ตามลำดับ)

ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • สุขภาพโครีดนม
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • ลดการสูญเสียน้ำหนักหลังคลอด
    -
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ บริการวิชาการ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 16.605871,102.812570
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • ควบคุมการสูญเสีย BCS หลังคลอดได้ดีขึ้น
  • การจัดการอาหารโคนมแม่นยำขึ้น
  • เพิ่มค่าความสมบูรณ์พันธุ์ โคนมสุขภพดี
ผลกระทบ (Impacts)
  • ลดต้นทุนค่ารักษาโรคหลังคลอด
  • วางแผนผสมเทียมได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายโคแต่ละตัว
  • ลดปัญหาผอมจัด อ้วนจัด เจ็บป่วยหลังคลอด