ความรู้ / เทคโนโลยี
กรดไขมันโอเมกา คือ กลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อม เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อโคนม โดยเฉพาะระบบสืบพันธุ์และภูมิคุ้มกัน กรดไขมันโอเมกาจึงเป็นโภชนะพิเศษที่ทำหน้าที่ควบคุมเมแทบอลิซึมระหว่างที่โคนมให้ผลผลิต และกรดไขมันเป็นไลแกนด์ธรรมชาติของ peroxisome proliferator-activated receptor gamma (PPAR-γ) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวรับที่ควบคุมการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับกับไขมัน โดยกรดไขมันส่งผลต่อการพัฒนายืดออกของคอนเซพตัส เมื่อเซลล์คอนเซพตัสมีการยืดออก จะมีการเผาผลาญไขมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความเข้มข้นของไขมันที่ผนังมดลูกชั้นในเพิ่มขึ้น (endometrium) และหากมีการเสริมกรดไขมันโอเมกา 3 จะช่วยลดสัดส่วนกรดไขมัน arachidonic จากผนังมดลูกชั้นใน ซึ่งส่งผลให้มีการฮอร์โมน PGF2α ลดลง คอนเซพตัสสามารถพัฒนายืดยาวและเป็นผลให้อัตราการตั้งท้องเพิ่มมากขึ้น (Ribeiro, 2018) (รูปที่ 3)การเสริมกรดไขมันที่มีโอเมกา 3 สามารถเพิ่มอัตราการตั้งท้องให้สูงขึ้น 87% (Petit et al., 2001) นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนและขนาดของฟอลลิเคิล ฟอลลิเคิลที่ถูกคัดเลือกและมีศักยภาพในการตกไข่มีขนาดใหญ่ขึ้น (Ambrose et al., 2006) ลดการสูญเสียตัวอ่อน (Mattos et al., 2004; Moallem, 2018) และมีแนวโน้มให้ลูกโคนมเพศเมียมากกว่าเพศผู้ (Ambrose et al., 2006; Fountain et al., 2008; Marei et al., 2018) ดังนั้น ความสำคัญของกรดไขมัน n-3 จึงมีผลต่อการสืบพันธุ์ การกลั่นสร้างน้ำนม และการสร้างภูมิคุ้มกัน โภชนาการในช่วงก่อนและหลังคลอดและโภชนะบางชนิด มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ เช่น กรดไขมันโอเมกา 6 (n-6) มีความสัมพันธ์กับการสังเคราะห์ฮอร์โมน PGF2α ที่มีหน้าที่ควบคุมการเสื่อมสลายของคอร์ปัส ลูเทียม (corpus luteum; CL) ทำให้สัตว์แสดงพฤติกรรมการเป็นสัดภายหลังการคลอด ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการด้านอาหารร่วมกับการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มอัตราการมีชีวิตรอดของเอมบริโอ (ไชยณรงค์, 2557)
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
การจัดการการให้อาหารที่มีกรดไขมันโอเมกา 6 สูง ในช่วง 3 สัปดาห์ (21 วัน) ก่อนคลอด และ 3 สัปดาห์ (21 วัน) หลังคลอดนั้น โดยให้กับแม่โคนมทดลองก่อนคลอด 1-2 % ของน้ำหนักตัว (body weight) หรือประมาณ 4 กิโลกรัม/ตัว/วัน สำหรับแม่โคนมหลังคลอดจะให้อาหารข้นตามปริมาณการให้น้ำนม ในสัดส่วนอาหารข้นต่อปริมาณน้ำนมเท่ากับ 2:1
จุดเด่น
1) กรดไขมันโอเมกา 6 (n-6) มีความสัมพันธ์กับการสังเคราะห์ฮอร์โมน PGF2α ที่มีหน้าที่ควบคุมการเสื่อมสลายของคอร์ปัส ลูเทียม (corpus luteum; CL) ทำให้สัตว์แสดงพฤติกรรมการเป็นสัดภายหลังการคลอด
2) การลดการสูญเสีย BCS หลังคลอดน้อยกว่า 0.25 คะแนน ส่งผลดีต่อสุขภาพมดลูก ลดอัตราการเกิดมดลูกอักเสบได้ให้เหลือเพียงร้อยละ 10 (จากเดิมร้อยละ 40)
รายละเอียดเพิ่มเติม
กรดไขมันโอเมกา คือ กลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อม เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อโคนม โดยเฉพาะระบบสืบพันธุ์และภูมิคุ้มกัน กรดไขมันโอเมกาจึงเป็นโภชนะพิเศษที่ทำหน้าที่ควบคุมเมแทบอลิซึมระหว่างที่โคนมให้ผลผลิต และกรดไขมันเป็นไลแกนด์ธรรมชาติของ peroxisome proliferator-activated receptor gamma (PPAR-γ) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวรับที่ควบคุมการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับกับไขมัน โดยกรดไขมันส่งผลต่อการพัฒนายืดออกของคอนเซพตัส เมื่อเซลล์คอนเซพตัสมีการยืดออก จะมีการเผาผลาญไขมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความเข้มข้นของไขมันที่ผนังมดลูกชั้นในเพิ่มขึ้น (endometrium) และหากมีการเสริมกรดไขมันโอเมกา 3 จะช่วยลดสัดส่วนกรดไขมัน arachidonic จากผนังมดลูกชั้นใน ซึ่งส่งผลให้มีการฮอร์โมน PGF2α ลดลง คอนเซพตัสสามารถพัฒนายืดยาวและเป็นผลให้อัตราการตั้งท้องเพิ่มมากขึ้น (Ribeiro, 2018) (รูปที่ 3)การเสริมกรดไขมันที่มีโอเมกา 3 สามารถเพิ่มอัตราการตั้งท้องให้สูงขึ้น 87% (Petit et al., 2001) นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนและขนาดของฟอลลิเคิล ฟอลลิเคิลที่ถูกคัดเลือกและมีศักยภาพในการตกไข่มีขนาดใหญ่ขึ้น (Ambrose et al., 2006) ลดการสูญเสียตัวอ่อน (Mattos et al., 2004; Moallem, 2018) และมีแนวโน้มให้ลูกโคนมเพศเมียมากกว่าเพศผู้ (Ambrose et al., 2006; Fountain et al., 2008; Marei et al., 2018) ดังนั้น ความสำคัญของกรดไขมัน n-3 จึงมีผลต่อการสืบพันธุ์ การกลั่นสร้างน้ำนม และการสร้างภูมิคุ้มกัน โภชนาการในช่วงก่อนและหลังคลอดและโภชนะบางชนิด มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ เช่น กรดไขมันโอเมกา 6 (n-6) มีความสัมพันธ์กับการสังเคราะห์ฮอร์โมน PGF2α ที่มีหน้าที่ควบคุมการเสื่อมสลายของคอร์ปัส ลูเทียม (corpus luteum; CL) ทำให้สัตว์แสดงพฤติกรรมการเป็นสัดภายหลังการคลอด ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการด้านอาหารร่วมกับการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มอัตราการมีชีวิตรอดของเอมบริโอ (ไชยณรงค์, 2557)