การแพทย์ / สุขภาพ / ความงาม รอตรวจสอบ

เทคนิคการสกัดสมุนไพรแบบเปียกสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปาเพื่อวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม

การพัฒนาวิธีการสกัดแบบเปียกเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพ และลงทุนต่ำ จากการตรวจสอบด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์พบว่าสารสกัดสมุนไพรที่สกัดด้วยเทคนิคนี้มีฤทธิ์ทางชีวภาพเทียบเท่ากับสารสกัดที่สกัดด้วยวิธีมาตรฐาน และมีความสามารถในการเข้ากันได้ของผลิตภัณฑ์และสารสกัดจึงถือเป็นการลดต้นทุนของผู้ประกอบการผลิตเครื่องสำอางที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสม และก่อให้เกิดอาชีพการสกัดสารสกัดว่านหางจระเข้ทั้งระบบตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การสกัดการบรรจุ และการจัดส่ง ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และเป็นการกระจายราย

25 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
เทคนิคการสกัดสมุนไพรแบบเปียกสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปาเพื่อวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
การสกัดสมุนไพรแบบเปียกต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสมุนไพรและชนิดของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่าง การสกัดว่านหางจระเข้ด้วยกลีเซอรีน จากการทดลองเปรียบเทียบการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดว่านหางจระเข้โดยวิธีมาตรฐาน กับวิธีการสกัดสดด้วยกลีเซอรีน พบว่าสารสกัดทั้งสองชนิดมีค่าการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ใกล้เคียงกัน จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการสกัดว่านหางจระเข้โดยวิธีการสกัดสด ซึ่งเป็นวิธีการสกัดที่ง่ายและลดขั้นตอนมีประสิทธิภาพการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดจุดด่างดำ เทียบเท่ากับวิธีการสกัดโดยวิธีมาตรฐาน
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
การถ่ายทอดองค์ความรู้การสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา
จุดเด่น
ขั้นตอนการระเหยและละลายสารสกัดสมุนไพรนั้นค่อนข้างมีความซับซ้อนและต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาสูง ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ การสกัดแบบเปียกที่ใช้พืชสด และหลังจากการสกัดแล้วสามารถนำสารสกัดไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้ทันที โดยปราศจากการระเหยตัวทำละลายออก ทำให้ประหยัดเวลาและลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
รายละเอียดเพิ่มเติม

การสกัดด้วยเทคนิคการสกัดแบบเปียกสารสกัดที่ได้สามารถเข้ากับสูตรของเครื่องสำอางและสปาได้เกือบทุกชนิด ไม่มีอัตรายแก่ผู้บริโภค และมีค่าใช้จ่ายน้อย การสกัดสะดวกใช้เพียงพืชสดและตัวทำละลายที่เหมาะสมปั่นหรือแช่เข้าด้วยกันและกรองด้วยผ้าขาวบาง สามารถใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและสปาได้ทันที ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับภาวะการแข่งขั้นที่สูงในปัจจุบันของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสปาขนาดเล็กและกลาง

ยกตัวอย่างเช่นสารสกัดว่านหางจระเข้ การคำนวณต้นทุนของสารสกัดว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้สด 1 กิโลกรัม เมื่อปอกเปลือกจะได้เนื้อโดยเฉลี่ย 800 กรัม สามารถผลิตสารสกัดว่านหางจระเข้ (50% Glycerin) ได้ทั้งสิ้น 1,120 กรัม (อัตราสูญเสีย ร้อยละ 30) เมื่อคำนวณต้นทุนสารสกัด ว่านหางจระเข้กิโลกรัมละ 15.00 บาท Glycerinกิโลกรัมละ 80 บาท (800 กรัม เท่ากับ 64.00 บาท) ค่าแรงและค่าอุปกรณ์เท่ากับ 50.00 บาท ดังนั้นต้นทุนในการแปรรูปว่านหางจระเข้เป็นสารสกัดเท่ากับ 129.00 บาท/1,120 กรัม หรือ 115.20 บาท/กิโลกรัม

เงื่อนไขการใช้งาน
การสกัดสมุนไพรแบบเปียกต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสมุนไพรและชนิดของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • วัตถุดิบราคาตกต่ำ
    วัตถุดิบทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำสามารถเพิ่มมูลค่าได้โดยใช้การสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง/สปา
ประโยชน์ (Gain Points)
  • -
    -
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคเอกชน/การผลิต
ผู้ประกอบการด้านเครื่องสำอางและสปา
ภาคประชาชน/สังคม
วิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อมที่ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์กลุ่มสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร
ภาครัฐ
หน่วยงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เช่น พัฒนาชุมชน เกษตรจังหวัด เป็นต้น
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2568 บพท วิจัย
วิดีโอแนะนำ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ: 0
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • วิสาหกิจชุมชน Aloe vera ไร่แม่มะลิกุยบุรี (ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา) 7.00 ผลิตภัณฑ์
  • วิสาหกิจชุมชน 100 พันมะพร้าวไทย (ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสปา) 5.00 ผลิตภัณฑ์
ผลกระทบ (Impacts)
  • วิสาหกิจชุมชน Aloe vera ไร่แม่มะลิกุยบุรี (เกิดรายได้เพิ่มขึ้น) 70000.00 บาท/ปี
  • วิสาหกิจชุมชน 100 พันมะพร้าวไทย (เกิดรายได้เพิ่มขึ้น) 50000.00 บาท/ปี