วัสดุ / บรรจุภัณฑ์ อนุมัติแล้ว

กระบวนการผลิตแก้วโดยใช้ขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์จากโรงไฟฟ้าชีวมวล

เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแก้วโดยใช้ขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์จากโรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นการเปลี่ยนของเสียจากโรงไฟฟ้าชีวมวลให้เป็นรายได้ โดยใช้ขี้เถ้า ซิลิกาสูงทดแทนทราย ช่วยลดต้นทุนจัดการขี้เถ้าทั้งหมด และสร้างรายได้ใหม่จากการขายผลิตภัณฑ์แก้ว เป็นการยกระดับโรงไฟฟ้าสู่โรงงานเชิงนิเวศตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

23 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
กระบวนการผลิตแก้วโดยใช้ขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์จากโรงไฟฟ้าชีวมวล
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแก้วโดยใช้ขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์จากโรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นการเปลี่ยนของเสียจากโรงไฟฟ้าชีวมวลให้เป็นรายได้ โดยใช้ขี้เถ้า ซิลิกาสูงทดแทนทราย ช่วยลดต้นทุนจัดการขี้เถ้าทั้งหมด และสร้างรายได้ใหม่จากการขายผลิตภัณฑ์แก้ว เป็นการยกระดับโรงไฟฟ้าสู่โรงงานเชิงนิเวศตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านการเตรียมแก้วจากวัสดุเหลือทิ้งในภาคการเกษตร
เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์จากโรงไฟฟ้าชีวมวล
เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน
จุดเด่น
นวัตกรรมนี้มีจุดเด่นสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหลือทิ้ง โดยทำให้ต้นทุนในการกำจัดขี้เถ้าซึ่งเป็นของเสียจากโรงไฟฟ้ากลายเป็นศูนย์ได้ทันที อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับโรงไฟฟ้าผ่านการสร้างรายได้ใหม่จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก้วที่ผลิตขึ้น ในมิติของความยั่งยืน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์การเป็นองค์กรสีเขียวที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในตลาดอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติม

แนวคิดพื้นฐานและลักษณะของเทคโนโลยี

เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแก้วโดยใช้ขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์จากโรงไฟฟ้าชีวมวล
เป็นนวัตกรรมที่มีแนวคิดหลักในการเปลี่ยน "ของเสีย"
จากกระบวนการผลิตพลังงานให้กลายเป็น "รายได้" โดยอาศัยคุณสมบัติทางเคมีของขี้เถ้าที่มีปริมาณซิลิกาสูงมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักทดแทนทรายในกระบวนการผลิตแก้ว
ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular
Economy) โดยกระบวนการนี้จะช่วยยกระดับโรงไฟฟ้าชีวมวลให้กลายเป็นโรงงานเชิงนิเวศ
และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันภายใต้โมเดลธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

จุดเด่นและมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้มีจุดเด่นสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหลือทิ้ง
โดยทำให้ต้นทุนในการกำจัดขี้เถ้าซึ่งเป็นของเสียจากโรงไฟฟ้ากลายเป็นศูนย์ได้ทันที อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับโรงไฟฟ้าผ่านการสร้างรายได้ใหม่จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก้วที่ผลิตขึ้น
ในมิติของความยั่งยืน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์การเป็นองค์กรสีเขียวที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในตลาดอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน

ระดับความพร้อมและความเหมาะสมในการนำไปใช้











ปัจจุบันผลงานวิจัยนี้มีสถานะอยู่ในระดับต้นแบบ
(Prototype) โดยมีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (Technology Readiness Level) ที่ TRL 6 ซึ่งหมายความว่าเป็นระดับการแสดงต้นแบบในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
และมีระดับความพร้อมทางสังคม (Societal Readiness Level) ที่
SRL 4 นวัตกรรมนี้ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
ตั้งแต่ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล อุตสาหกรรมผลิตแก้วและกระจก
ไปจนถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการต่อยอดวัสดุเหลือทิ้งในพื้นที่ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

เงื่อนไขการใช้งาน
ใช้สูตรในกระบวนการผลิตก้อนแก้ว หรือผลิตภัณฑ์จากวัสดุแก้ว
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ปัญหาการฟุ้งกระจายของขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • เพิ่มมูลค่าขี้เถ้าหญ้าเนเปียร์เหลือทิ้ง
    -
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคเอกชน/การผลิต
โรงไฟฟ้าชีวมวล
ภาคประชาชน/สังคม
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีความพร้อมในการลงทุนเตาหลอมแก้ว
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2556 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ: 0
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
ผลกระทบ (Impacts)