ลักษณะและคุณสมบัติเด่นของนวัตกรรม
เทคโนโลยีนี้คือกระบวนการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างกะลามะพร้าว
ให้กลายเป็นวัสดุแก้วสีดำที่มีรูปลักษณ์และคุณสมบัติคล้ายคลึงกับนิลธรรมชาติ โดยนวัตกรรมนี้เน้นไปที่การสร้างวัสดุที่มีความแข็งแกร่งและมีความมันวาวในตัว
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่เพียงแค่การจัดการขยะ
แต่เป็นการสร้างทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและงานออกแบบ โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนการทำเหมืองอัญมณีแบบดั้งเดิม
ความเหมาะสมทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
(Appropriate
Technology)
ในเชิงการนำไปใช้ในพื้นที่
นวัตกรรมนี้จัดเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
เนื่องจากช่วยตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของชุมชนเกษตรกรใน 2 มิติหลัก มิติแรกคือการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ
โดยการลดการเผาทิ้งซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 โดยตรง มิติที่สองคือความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ
ที่ช่วยสร้างรายได้เสริมนอกฤดูกาลเก็บเกี่ยวให้แก่เกษตรกร เปลี่ยนจากวัสดุที่ไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งหรือเครื่องประดับที่มีมูลค่าสูง
ส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
ระดับความพร้อมและการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ปัจจุบันผลงานวิจัยนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ
ศูนย์ความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีแก้วและวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม โดยมีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยีอยู่ที่
TRL
6 (ระดับต้นแบบในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง)
และมีความพร้อมทางสังคมที่ SRL 4 นวัตกรรมนี้จึงพร้อมสำหรับการร่วมมือกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
ตั้งแต่อุตสาหกรรมแปรรูปน้ำกะทิที่มีกะลาเป็นขยะจำนวนมาก ไปจนถึงผู้ประกอบการผลิตแก้ว
กระจก และเครื่องประดับ รวมถึงวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการสร้างอาชีพใหม่ด้วยการนำเอกลักษณ์จากวัสดุธรรมชาติมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์
| ปีงบฯ | ชื่อแหล่งทุน | ประเภท |
|---|---|---|
| 2567 | มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม | วิจัย |