เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

การทำนาแบบแห้งสลับเปียก (AWD: Alternate Wetting and Drying) (เทคโนโลยีท่อวัดระดับน้ำ)

เทคนิคการจัดการน้ำในนาข้าวโดยควบคุมระดับน้ำให้เกิดช่วง “เปียก–แห้ง” สลับกันอย่างเหมาะสม

43 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
การทำนาแบบแห้งสลับเปียก (AWD: Alternate Wetting and Drying) (เทคโนโลยีท่อวัดระดับน้ำ)
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
ความรู้ / เทคโนโลยี ประกอบด้วย
1) Water Management in Rice
2) Climate-Smart Agriculture
3) Carbon Accounting in Rice Farming

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่
1) เกษตรกรทำนาแปลงใหญ่
2) วิสาหกิจชุมชนข้าว
3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4) โครงการคาร์บอนเครดิตภาคเกษตร
จุดเด่น
ใช้ส่งเสริมยกระดับการผลิตข้าวพรีเมี่ยม
รายละเอียดเพิ่มเติม

เทคนิคการจัดการน้ำในนาข้าวโดยควบคุมระดับน้ำให้เกิดช่วง “เปียก–แห้ง” สลับกันอย่างเหมาะสมตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว เพื่อลดการใช้น้ำ ลดต้นทุนพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซมีเทน (CH₄) และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบเสริมด้วย IoT Smart Farm
- ใช้หลักการควบคุมระดับน้ำในนาให้อยู่ต่ำกว่าผิวดินช่วงสั้น ๆ (ประมาณ 3–7 วัน) ก่อนเติมน้ำใหม่
- ติดตั้งท่อวัดระดับน้ำ (AWD tube) หรือเซนเซอร์วัดระดับน้ำ
- สามารถใช้แบบ ไม่ใช้ไฟฟ้า หรือ เชื่อม IoT เพื่อบันทึกข้อมูลน้ำ พลังงาน และ GHG
- ไม่กระทบผลผลิต หากควบคุมช่วงเวลาอย่างเหมาะสม
- รองรับการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์และคาร์บอนเครดิต

เงื่อนไขการใช้งาน
- รูปแบบพื้นฐานของเทคโนโลยีต้องมีการวางท่อวัดระดับน้ำ (AWD Tube) ราคาประมาณ 150–300 บาท/แปลง ซึ่งราคาขายนวัตกรรม ชุดอุปกรณ์ AWD พร้อมคู่มือจะอยู่ที่ 300–500 บาท/ชุด
- โดยอาจจะกับรูปแบบเสริม IoT (Sensor + Gateway) ราคาขั้นต่ำประมาณ 3,000–6,000 บาท/แปลง (ขึ้นกับอุปกรณ์) โดยราคานวัตกรรม ชุด AWD + IoT Smart Farm ราคาขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้นมาอีก ประมาณ 5,000–8,000 บาท/ชุด เพื่อใช้งานร่วมกัน

มีเงื่อนไขการใช้ ได้แก่
1) เหมาะกับนาข้าวชลประทานหรือนาที่ควบคุมน้ำได้
2) ผู้ใช้ต้องเข้าใจช่วงวิกฤตของข้าว (เช่น ระยะออกดอกห้ามขาดน้ำ)
3) ควรมีการอบรมก่อนใช้งานจริง
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ใช้น้ำสูง สำคัญ
    สูบน้ำต่อเนื่อง ต้นทุนพลังงานสูง
  • ต้นทุนการผลิตสูง สำคัญ
    ค่าไฟ/น้ำมันสูบน้ำ
  • ปล่อยก๊าซมีเทน สำคัญ
    ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ (Gain Points)
  • ลดใช้น้ำ 20–40% สูง
    ประหยัดต้นทุนโดยตรง
  • ลด CH₄ 30–50% สูง
    วางแผนเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต
  • เพิ่มรายได้สุทธิ สูง
    ลดต้นทุน + รายได้เสริมในอนาคต
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคเอกชน/การผลิต
เกษตรกรทำนาแปลงใหญ่
ภาคเอกชน/การผลิต
วิสาหกิจชุมชนข้าว
ภาครัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ภาคเอกชน/การผลิต
โครงการคาร์บอนเครดิตภาคเกษตร
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2567 โครงการบริการวิชาการด้านยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน บริการวิชาการ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: ลดต้นทุนสุทธิ 10–20% ต่อรอบการผลิต (หน่วย: ร้อยละ)
ปริมาณ: 10
SROI (Social)
ตัวชี้วัด: เกิดผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมและชุมชน (น้ำ–คาร์บอน–การเรียนรู้) ต่อเกษตรกร (หน่วย: คน)
ปริมาณ: 100
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • ลดต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ย 1,000–2,000 บาท/ไร่/รอบ 1000.00 ไร่
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ (ด้านสิ่งแวดล้อม) 30.00 ร้อยละ
  • เกษตรกรมีข้อมูลน้ำและพลังงานเชิงระบบ 1.00 ชุดความรู้
ผลกระทบ (Impacts)
  • รายได้สุทธิครัวเรือนเพิ่ม (เพิ่มราคาข้าวพรีเมี่ยม 40-60/กิโลกรัม) 40.00 บาท/กิโลกรัม