ความรู้ / เทคโนโลยี
1) องค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน (Renewable Energy Technology) หลักการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า (Solar Photovoltaic) การเลือกขนาดแผงโซลาร์เซลล์ให้เหมาะสมกับกำลังปั๊มน้ำ การจัดวางแผงให้รับแสงสูงสุด ลดการสูญเสียพลังงาน ความรู้ด้านระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า
2) องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสูบน้ำและไฮดรอลิก หลักการเลือกปั๊มน้ำตามอัตราการไหล (Flow rate) และความสูงส่ง (Head)
การออกแบบระบบท่อเพื่อลดแรงดันตกคร่อม การป้องกันการเดินเครื่องสูบน้ำโดยไม่มีน้ำ (Dry Run) การเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง
3) องค์ความรู้ด้านการจัดการน้ำ หลักการกักเก็บและเติมน้ำลงสู่ชั้นดิน (Subsurface Water Recharge) การใช้บ่อวงและวัสดุกรองเพื่อเพิ่มความสามารถในการซึมน้ำ การบริหารจัดการน้ำฝนและน้ำส่วนเกินในฤดูฝน การสร้างแหล่งน้ำสำรองเพื่อใช้ในฤดูแล้ง
4.องค์ความรู้ด้านระบบให้น้ำทางการเกษตร การให้น้ำแบบประหยัดน้ำ (น้ำหยด / มินิสปริงเกลอร์) การคำนวณปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับชนิดพืชและระยะการเจริญเติบโต การให้น้ำสม่ำเสมอเพื่อลดความเครียดของพืช การเชื่อมโยงการให้น้ำกับการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพผลผลิต
5) องค์ความรู้ด้านระบบควบคุมและการใช้งานอัตโนมัติ การใช้ Controller และ Timer ในการควบคุมการสูบน้ำ
การตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกับช่วงเวลาและฤดูกาล การตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าเบื้องต้น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเองของเกษตรกร
6) องค์ความรู้ด้านการถ่ายทอดและนวัตกรชุมชน การถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบมีส่วนร่วม (Participatory Approach) การเรียนรู้จากแปลงจริง (Learning by Doing) การพัฒนานวัตกรชุมชนให้เป็นผู้ดูแลระบบในพื้นที่ การขยายผลจากแปลงต้นแบบสู่ระดับตำบล/อำเภอ
จุดเด่น
นวัตกรรมนี้มีจุดเด่นด้านการลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ใช้งานง่าย ดูแลได้เอง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมขยายผลเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
รายละเอียดเพิ่มเติม
1) ลักษณะของนวัตกรรม/เทคโนโลยี เป็น ระบบสูบน้ำและให้น้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งน้ำ → การกักเก็บ → การกระจายน้ำ → การควบคุมอัตโนมัติ ออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่เกษตรชนบท พื้นที่นอกเขตชลประทาน และเกษตรกรรายย่อย–กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
2) องค์ประกอบหลักของระบบ (1) ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ แผงโซลาร์เซลล์ ผลิตไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนปั๊มน้ำสูบน้ำจากแหล่งน้ำผิวดิน/บาดาลลดการพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลและไฟฟ้าจากโครงข่ายเหมาะกับพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหรือมีต้นทุนพลังงานสูง (2) ระบบกักเก็บน้ำ (ถัง/บ่อซีเมนต์)
ถังเก็บน้ำคอนกรีตวางเรียงต่อกันทำหน้าที่เป็น แหล่งน้ำสำรอง สำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วงหรือหน้าแล้งสามารถปรับขนาดได้ตามพื้นที่และปริมาณความต้องการใช้น้ำ (3) ระบบท่อส่งน้ำเข้าแปลง ใช้ท่อ PVC/PE วางเป็นแนวกระจายน้ำออกแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบแปลงปลูกลดการสูญเสียน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ (4) ระบบควบคุมและตู้ไฟฟ้า ตู้ควบคุมประกอบด้วยตัวควบคุมปั๊ม/อินเวอร์เตอร์ เบรกเกอร์และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ตัวตั้งเวลา (Timer / Controller) สามารถตั้งเวลาให้น้ำอัตโนมัติ ลดภาระแรงงาน (5) ระบบให้น้ำในแปลง รองรับการให้น้ำแบบน้ำหยด สปริงเกลอร์ ส่งน้ำตามร่อง เหมาะกับพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ ผัก ไม้ผล และเกษตรผสมผสาน
3) ลักษณะเด่นของเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ✔ ใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนเชื้อเพลิงระยะยาว ✔ โครงสร้างไม่ซับซ้อน ชุมชนสามารถเรียนรู้ ซ่อมบำรุงได้เอง ✔ ปรับขนาดและรูปแบบได้ตามศักยภาพพื้นที่และงบประมาณ ✔ ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ลดต้นทุนการลงทุน ✔ ส่งเสริมการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
4) สถานะ “นวัตกรรมพร้อมใช้”เป็นเทคโนโลยีที่ ผ่านการใช้งานจริงในพื้นที่ มีการติดตั้ง ทดลอง และปรับใช้กับเกษตรกรแล้ว
5) ความเหมาะสมเชิงพื้นที่และการใช้งาน เหมาะสำหรับพื้นที่เกษตรในจังหวัดเลยและภาคอีสานพื้นที่สูง พื้นที่ลาดชัน หรือพื้นที่นอกเขตชลประทานกลุ่มเกษตรกรรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และแปลงสาธิต
เงื่อนไขการใช้งาน
1) เงื่อนไขด้านพื้นที่ พื้นที่ต้องได้รับแสงแดดเฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 4–6 ชั่วโมงต่อวัน มีแหล่งน้ำต้นทางอย่างน้อย 1 แหล่ง บ่อธนาคารน้ำใต้ดิน บ่อบาดาล / บ่อพักน้ำ / แหล่งน้ำผิวดิน พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต้องไม่มีเงาบัง พื้นดินมั่นคง ไม่เสี่ยงน้ำท่วมขัง
2) เงื่อนไขด้านการติดตั้ง ต้องติดตั้งโดย ช่างที่ผ่านการอบรมระบบโซลาร์เซลล์ หรือ ทีมงานถ่ายทอดเทคโนโลยีของโครงการ การเดินท่อส่งน้ำต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด ตู้ควบคุมไฟฟ้าต้องติดตั้งในที่ร่ม กันน้ำ และมีสายดิน
3) เงื่อนไขด้านการใช้งานระบบ ใช้งานระบบสูบน้ำ ในช่วงที่มีแสงแดด เป็นหลัก ไม่ควรเดินปั๊มน้ำขณะไม่มีน้ำในระบบ (Dry Run) ปรับอัตราการให้น้ำให้เหมาะสมกับชนิดพืชและฤดูกาล ห้ามดัดแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
4) เงื่อนไขด้านการดูแลรักษา ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ตรวจสอบท่อ ระบบน้ำหยด และข้อต่อทุก 1–3 เดือน ตรวจเช็กตู้ควบคุมไฟฟ้า เบรกเกอร์ และสายไฟทุก 6 เดือน หากพบความผิดปกติ ต้องหยุดใช้งานและแจ้งผู้ดูแลทันที
5) เงื่อนไขด้านความปลอดภัย ระบบต้องมี เบรกเกอร์ ระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ห้ามเด็กหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ตู้ควบคุม ห้ามซ่อมบำรุงขณะระบบยังจ่ายไฟ
6) เงื่อนไขด้านการรับประกันและความรับผิดชอบ รับประกันอุปกรณ์หลัก แผงโซลาร์เซลล์: 10–20 ปี (ตามผู้ผลิต) ปั๊มน้ำ/Controller: 1 ปี ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติรุนแรง การใช้งานผิดวิธี การดัดแปลงระบบเอง
7) เงื่อนไขการถ่ายทอดและขยายผล ผู้ใช้งานต้องเข้าร่วมการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องอนุญาตให้ใช้พื้นที่เป็นแปลงเรียนรู้ แปลงสาธิต ผลการใช้งานสามารถนำไปใช้ประกอบการประเมินผลโครงการได้