เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

ระบบสูบน้ำแบบโซล่าร์เซลล์

ระบบสูบน้ำแบบโซล่าร์เซลล์ เกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัดโดยต้องการใช้แหล่งน้ำบาดาล การออกแบบอุปกรณ์โดยใช้ปั๊มซับเมอร์สโซล่าร์เซลล์ การใช้แผงโซล่าร์เซลล์ ถังบรรจุน้ำโดยมีปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความลึกของบ่อน้ำ ความต้องการใช้น้ำ มีระบบตัดน้ำ –เติมน้ำอัตโนมัติ ใช้สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ 1–5 ไร่ ขึ้นไป

40 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
ระบบสูบน้ำแบบโซล่าร์เซลล์
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
1) องค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน (Renewable Energy Technology) หลักการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า (Solar Photovoltaic) การเลือกขนาดแผงโซลาร์เซลล์ให้เหมาะสมกับกำลังปั๊มน้ำ การจัดวางแผงให้รับแสงสูงสุด ลดการสูญเสียพลังงาน ความรู้ด้านระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า
2) องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสูบน้ำและไฮดรอลิก หลักการเลือกปั๊มน้ำตามอัตราการไหล (Flow rate) และความสูงส่ง (Head)
การออกแบบระบบท่อเพื่อลดแรงดันตกคร่อม การป้องกันการเดินเครื่องสูบน้ำโดยไม่มีน้ำ (Dry Run) การเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง
3) องค์ความรู้ด้านการจัดการน้ำ หลักการกักเก็บและเติมน้ำลงสู่ชั้นดิน (Subsurface Water Recharge) การใช้บ่อวงและวัสดุกรองเพื่อเพิ่มความสามารถในการซึมน้ำ การบริหารจัดการน้ำฝนและน้ำส่วนเกินในฤดูฝน การสร้างแหล่งน้ำสำรองเพื่อใช้ในฤดูแล้ง
4.องค์ความรู้ด้านระบบให้น้ำทางการเกษตร การให้น้ำแบบประหยัดน้ำ (น้ำหยด / มินิสปริงเกลอร์) การคำนวณปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับชนิดพืชและระยะการเจริญเติบโต การให้น้ำสม่ำเสมอเพื่อลดความเครียดของพืช การเชื่อมโยงการให้น้ำกับการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพผลผลิต
5) องค์ความรู้ด้านระบบควบคุมและการใช้งานอัตโนมัติ การใช้ Controller และ Timer ในการควบคุมการสูบน้ำ
การตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกับช่วงเวลาและฤดูกาล การตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าเบื้องต้น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเองของเกษตรกร
6) องค์ความรู้ด้านการถ่ายทอดและนวัตกรชุมชน การถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบมีส่วนร่วม (Participatory Approach) การเรียนรู้จากแปลงจริง (Learning by Doing) การพัฒนานวัตกรชุมชนให้เป็นผู้ดูแลระบบในพื้นที่ การขยายผลจากแปลงต้นแบบสู่ระดับตำบล/อำเภอ
จุดเด่น
นวัตกรรมนี้มีจุดเด่นด้านการลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ใช้งานง่าย ดูแลได้เอง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมขยายผลเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
รายละเอียดเพิ่มเติม
1) ลักษณะของนวัตกรรม/เทคโนโลยี เป็น ระบบสูบน้ำและให้น้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งน้ำ → การกักเก็บ → การกระจายน้ำ → การควบคุมอัตโนมัติ ออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่เกษตรชนบท พื้นที่นอกเขตชลประทาน และเกษตรกรรายย่อย–กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
2) องค์ประกอบหลักของระบบ (1) ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ แผงโซลาร์เซลล์ ผลิตไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนปั๊มน้ำสูบน้ำจากแหล่งน้ำผิวดิน/บาดาลลดการพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลและไฟฟ้าจากโครงข่ายเหมาะกับพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหรือมีต้นทุนพลังงานสูง (2) ระบบกักเก็บน้ำ (ถัง/บ่อซีเมนต์)

ถังเก็บน้ำคอนกรีตวางเรียงต่อกันทำหน้าที่เป็น แหล่งน้ำสำรอง สำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วงหรือหน้าแล้งสามารถปรับขนาดได้ตามพื้นที่และปริมาณความต้องการใช้น้ำ (3) ระบบท่อส่งน้ำเข้าแปลง ใช้ท่อ PVC/PE วางเป็นแนวกระจายน้ำออกแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบแปลงปลูกลดการสูญเสียน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ (4) ระบบควบคุมและตู้ไฟฟ้า ตู้ควบคุมประกอบด้วยตัวควบคุมปั๊ม/อินเวอร์เตอร์ เบรกเกอร์และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ตัวตั้งเวลา (Timer / Controller) สามารถตั้งเวลาให้น้ำอัตโนมัติ ลดภาระแรงงาน (5) ระบบให้น้ำในแปลง รองรับการให้น้ำแบบน้ำหยด สปริงเกลอร์ ส่งน้ำตามร่อง เหมาะกับพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ ผัก ไม้ผล และเกษตรผสมผสาน
3) ลักษณะเด่นของเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ✔ ใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนเชื้อเพลิงระยะยาว ✔ โครงสร้างไม่ซับซ้อน ชุมชนสามารถเรียนรู้ ซ่อมบำรุงได้เอง ✔ ปรับขนาดและรูปแบบได้ตามศักยภาพพื้นที่และงบประมาณ ✔ ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ลดต้นทุนการลงทุน ✔ ส่งเสริมการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
4) สถานะ “นวัตกรรมพร้อมใช้”เป็นเทคโนโลยีที่ ผ่านการใช้งานจริงในพื้นที่ มีการติดตั้ง ทดลอง และปรับใช้กับเกษตรกรแล้ว
5) ความเหมาะสมเชิงพื้นที่และการใช้งาน เหมาะสำหรับพื้นที่เกษตรในจังหวัดเลยและภาคอีสานพื้นที่สูง พื้นที่ลาดชัน หรือพื้นที่นอกเขตชลประทานกลุ่มเกษตรกรรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และแปลงสาธิต


เงื่อนไขการใช้งาน
1) เงื่อนไขด้านพื้นที่ พื้นที่ต้องได้รับแสงแดดเฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 4–6 ชั่วโมงต่อวัน มีแหล่งน้ำต้นทางอย่างน้อย 1 แหล่ง บ่อธนาคารน้ำใต้ดิน บ่อบาดาล / บ่อพักน้ำ / แหล่งน้ำผิวดิน พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต้องไม่มีเงาบัง พื้นดินมั่นคง ไม่เสี่ยงน้ำท่วมขัง
2) เงื่อนไขด้านการติดตั้ง ต้องติดตั้งโดย ช่างที่ผ่านการอบรมระบบโซลาร์เซลล์ หรือ ทีมงานถ่ายทอดเทคโนโลยีของโครงการ การเดินท่อส่งน้ำต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด ตู้ควบคุมไฟฟ้าต้องติดตั้งในที่ร่ม กันน้ำ และมีสายดิน
3) เงื่อนไขด้านการใช้งานระบบ ใช้งานระบบสูบน้ำ ในช่วงที่มีแสงแดด เป็นหลัก ไม่ควรเดินปั๊มน้ำขณะไม่มีน้ำในระบบ (Dry Run) ปรับอัตราการให้น้ำให้เหมาะสมกับชนิดพืชและฤดูกาล ห้ามดัดแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
4) เงื่อนไขด้านการดูแลรักษา ทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ตรวจสอบท่อ ระบบน้ำหยด และข้อต่อทุก 1–3 เดือน ตรวจเช็กตู้ควบคุมไฟฟ้า เบรกเกอร์ และสายไฟทุก 6 เดือน หากพบความผิดปกติ ต้องหยุดใช้งานและแจ้งผู้ดูแลทันที
5) เงื่อนไขด้านความปลอดภัย ระบบต้องมี เบรกเกอร์ ระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ห้ามเด็กหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ตู้ควบคุม ห้ามซ่อมบำรุงขณะระบบยังจ่ายไฟ
6) เงื่อนไขด้านการรับประกันและความรับผิดชอบ รับประกันอุปกรณ์หลัก แผงโซลาร์เซลล์: 10–20 ปี (ตามผู้ผลิต) ปั๊มน้ำ/Controller: 1 ปี ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติรุนแรง การใช้งานผิดวิธี การดัดแปลงระบบเอง
7) เงื่อนไขการถ่ายทอดและขยายผล ผู้ใช้งานต้องเข้าร่วมการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องอนุญาตให้ใช้พื้นที่เป็นแปลงเรียนรู้ แปลงสาธิต ผลการใช้งานสามารถนำไปใช้ประกอบการประเมินผลโครงการได้
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • 1)ต้นทุนพลังงานสูงจากการสูบน้ำ สำคัญ
    1) ต้นทุนพลังงานสูงจากการสูบน้ำ พึ่งพาน้ำมันดีเซล/เบนซิน หรือไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายพลังงานสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะฤดูแล้ง เทคโนโลยีนี้ลดต้นทุนพลังงานได้ 80–100%
  • 2) ขาดแคลนน้ำในช่วงวิกฤตการผลิต สำคัญ
    2) ขาดแคลนน้ำในช่วงวิกฤตการผลิต พื้นที่นอกเขตชลประทาน ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้งยาว ไม่มีแหล่งน้ำสำรอง
  • 3) ระบบให้น้ำไม่สม่ำเสมอ
    3) ระบบให้น้ำไม่สม่ำเสมอ ให้น้ำไม่ตรงช่วงความต้องการพืช เกิดความเครียดของพืช ระบบให้น้ำควบคุมได้ ช่วยให้น้ำตรงเวลาและปริมาณเหมาะสม
  • 4) เทคโนโลยีเดิมซับซ้อนและดูแลยาก
    4) เทคโนโลยีเดิมซับซ้อนและดูแลยาก ต้องพึ่งช่างภายนอก ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสูง ออกแบบเป็น Appropriate Technology ชุมชนดูแลเองได้
  • 5) ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
    5) ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำมันก่อมลพิษ การใช้น้ำสิ้นเปลือง ใช้พลังงานสะอาดและระบบประหยัดน้ำ
ประโยชน์ (Gain Points)
  • 1) ลดต้นทุน เพิ่มรายได้สุทธิ สูง
    1) ลดต้นทุน เพิ่มรายได้สุทธิ ลดค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนต่อหน่วยลดลง รายได้สุทธิเพิ่ม คืนทุนเร็ว (0.5–2 ปี)
  • 3) เพิ่มผลผลิตและคุณภาพพืช สูง
    3) เพิ่มผลผลิตและคุณภาพพืช ให้น้ำตรงจุด ตรงเวลา พืชไม่ชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตเพิ่ม คุณภาพดีขึ้น
  • 2) เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ
    2) เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ มีน้ำใช้ต่อเนื่องตลอดฤดูผลิต ลดความเสี่ยงการสูญเสียผลผลิต ผลิตได้สม่ำเสมอทั้งปี
  • 4) เสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเองของชุมชน
    4) เสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเองของชุมชน เกษตรกรเข้าใจระบบ ซ่อมบำรุงได้เอง ลดการพึ่งพาภายนอก
  • 5) ต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรมชุมชน
    5) ต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรมชุมชน แปลงต้นแบบ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี ขยายผลเชิงพื้นที่ได้จริง
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
เกษตรกรรายย่อยและครัวเรือนเกษตร พื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็ก–กลาง (ประมาณ 1–5 ไร่) อยู่นอกเขตชลประทาน หรือพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ปลูกพืชผัก กาแฟ กล้วย ไม้ผล หรือเกษตรผสมผสาน ประโยชน์ที่ได้รับ: ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ และเพิ่มผลผลิต
ภาคประชาชน/สังคม
กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพด้านการเกษตร กลุ่มแปลงใหญ่/แปลงรวม วิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการร่วมกัน ประโยชน์ที่ได้รับ: ลดต้นทุนรวมของกลุ่ม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน
ภาครัฐ
หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล / องค์การบริหารส่วนจังหวัด หน่วยงานด้านเกษตร น้ำ และพลังงาน ประโยชน์ที่ได้รับ: ใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนนโยบายด้านการจัดการน้ำ พลังงานสะอาด และการพัฒนาพื้นที่ชนบท
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2564 วช วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ: 0
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • 1) ลดค่าเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 80–100% 80.00 %
  • 2) รายได้สุทธิเกษตรกรเพิ่มขึ้น จากต้นทุนต่อหน่วยลดลงและผลผลิตเพิ่มขึ้น 50.00 %
  • 3)คืนทุนรวดเร็ว ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 0.5–2 ปี 0.50 ปี
  • 4)เพิ่มความคุ้มค่าการลงทุน 1.00 B/C มากกว่า 1
ผลกระทบ (Impacts)
  • 1) ค่าใช้จ่ายพลังงานลดลง 25000.00 บาท/ครัวเรือน/ปี
  • 2) สัดส่วนต้นทุนพลังงานลดลง 80.00 ร้อยละ
  • 3) รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 50000.00 บาท/ครัวเรือน/ปี