เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าข้าวเหนียวสันป่าตองด้วยกระบวนการสกัดด้วยน้ำสู่ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิว เป็นเทคโนโลยีการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตรในท้องถิ่นให้เป็นสารสกัดสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยประยุกต์จากกรรมวิธีการเตรียมสารสกัดข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตองตามอนุสิทธิบัตรเลขที่คำขอ 2403001546 ซึ่งเดิมกำหนดให้ระเหยตัวทำละลายภายใต้ความดันต่ำด้วยเครื่อง Rotary evaporator ผู้วิจัยได้ปรับเปลี่ยนเป็นการระเหยน้ำด้วยอ่างน้ำควบคุมอุณหภูมิ หรือ Water bath ที่อุณหภูมิ 50 ± 5 องศาเซลเซียส เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนและสถานประกอบการขนาดย่อมที่มีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและงบประมาณ
กระบวนการเริ่มจากการคัดเลือกข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตองที่มีคุณภาพ นำมาอบแห้ง บด และร่อนให้ได้ขนาดตามที่กำหนด จากนั้นสกัดด้วยวิธีการแช่ หรือ Maceration โดยใช้น้ำกลั่นเป็นตัวทำละลายในอัตราส่วนข้าวต่อน้ำเท่ากับ 4:10 กรัมต่อมิลลิลิตร แช่ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง แล้วกรองแยกกากออก ก่อนนำสารละลายที่ได้ไประเหยน้ำด้วย Water bath ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอ จนได้สารสกัดข้าวเหนียวสันป่าตองที่มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว สีเหลืองอ่อน และมีกลิ่นข้าว โดยหลีกเลี่ยงการใช้อุณหภูมิสูงที่อาจทำให้สารสกัดเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสี กลิ่น และคุณภาพ
สารสกัดที่ได้ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้า ร่วมกับสารสร้างเนื้อเจล สารให้ความชุ่มชื้น สารกันเสีย กลิ่น และน้ำกลั่น โดยควบคุมลำดับการผสม อุณหภูมิ และค่าความเป็นกรด - ด่างของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม กระบวนการผลิตกำหนดให้เติมสารสกัดข้าวเหนียวสันป่าตองและสารสำคัญที่ไวต่อความร้อนในช่วงอุณหภูมิ 40 - 45 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยลดการเสื่อมสภาพของส่วนประกอบ และทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เซรั่มที่มีเนื้อสัมผัสเป็นเนื้อเดียวกัน สีขาวขุ่น เนื้อบางเบา และมีกลิ่นข้าวหอมมะลิ
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้น้ำเป็นตัวทำละลายหลัก จึงมีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากสารตกค้างของตัวทำละลายอินทรีย์ และเป็นมิตรต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม การปรับใช้ Water bath แทนเครื่อง Rotary evaporator ยังช่วยลดต้นทุนการลงทุน ลดความซับซ้อนของการดำเนินงาน และทำให้กระบวนการสามารถนำไปใช้ได้ในระดับห้องปฏิบัติการ วิสาหกิจชุมชน และสถานประกอบการขนาดย่อม ทั้งนี้ การควบคุมอุณหภูมิ เวลา อัตราส่วนวัตถุดิบต่อตัวทำละลาย และลักษณะสารสกัดปลายทางอย่างเป็นระบบ ช่วยให้สารสกัดแต่ละรอบการผลิตมีคุณภาพใกล้เคียงกันและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
เทคโนโลยีดังกล่าวจึงเป็นนวัตกรรมพร้อมใช้ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การใช้ประโยชน์จากข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตองซึ่งเป็นวัตถุดิบอัตลักษณ์ของท้องถิ่น การผลิตสารสกัดด้วยกระบวนการที่เหมาะสมกับศักยภาพของชุมชน ไปจนถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวที่มีมูลค่าสูงกว่าการจำหน่ายข้าวในรูปแบบวัตถุดิบทั่วไป สามารถถ่ายทอดผ่านคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐานหรือ SOP ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปใช้ในการผลิตสารสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ
การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ช่วยส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากทรัพยากรในพื้นที่ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนและชุมชน นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรูปแบบอื่น การยกระดับมาตรฐานการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การขอรับเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง และการเชื่อมโยงตลาดทั้งในระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ อันนำไปสู่การใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่าและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
| ปีงบฯ | ชื่อแหล่งทุน | ประเภท |
|---|---|---|
| 2568 | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ | วิจัย |
| 2567 | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ | วิจัย |
| 2566 | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ | วิจัย |