ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรด้วยน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิเป็นองค์ความรู้ด้านการแปรรูปสมุนไพรที่ใช้หลักการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมตลอดกระบวนการสกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดึงสารสำคัญออกจากวัตถุดิบสมุนไพร โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลายหลัก ทำให้ได้สารสกัดที่ปลอดภัย ปราศจากสารตกค้างจากตัวทำละลายอินทรีย์ และสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้อย่างหลากหลาย
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
การดำเนินงานมุ่งใช้เทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรเพื่อเตรียมสารสกัดสำหรับเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้แก่ เซรั่ม สบู่ โลชั่น และครีมอาบน้ำ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการสกัดที่ปลอดภัยต่อผิว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ
การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ช่วยลดต้นทุนจากการจัดซื้อสารสกัดสำเร็จรูป สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรและวัตถุดิบในท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตลักษณ์ของชุมชน โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาและยกระดับสินค้าการเกษตรและพืชสมุนไพรบ้านสันโป่ง ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านปีระกา ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลป่าแป๋ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบริการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวิถีชีวิตบ้านแม่ไคร้ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
เทคโนโลยีการสกัดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตของชุมชนให้มีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร กระบวนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าสู่การจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง อย. มีหลักเกณฑ์และแนวทางสำหรับการจดแจ้งเครื่องสำอาง เช่น สบู่ โลชั่น และครีมบำรุงผิว
นอกจากนี้ การกำหนดมาตรฐานการสกัดและการควบคุมคุณภาพอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ได้สารสกัดที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบฤทธิ์สำคัญ เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านการอักเสบ เพื่อนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ การพัฒนาฉลากและข้อมูลผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการต่อยอดสู่การจำหน่ายอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์
จุดเด่น
ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย จึงมีความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ควบคุมอุณหภูมิการสกัดได้อย่างเหมาะสม ช่วยรักษาสารสำคัญที่ไวต่อความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดและคุณภาพของสารสกัดเมื่อเทียบกับการต้มแบบดั้งเดิม ใช้อุปกรณ์ไม่ซับซ้อน สามารถถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ได้ในระดับวิสาหกิจชุมชน ต้นทุนการผลิตต่ำ ลดการพึ่งพาสารเคมีและตัวทำละลายราคาแพง สามารถประยุกต์ใช้กับสมุนไพรได้หลายชนิด และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้
มีความพร้อมทางเทคโนโลยีระดับ TRL 5 สามารถนำไปสาธิตและขยายผลสู่การใช้งานจริงได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
เทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรด้วยน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิ เป็นเทคโนโลยีการสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรโดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลายหลัก ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพให้ได้ปริมาณสูงและมีคุณภาพสม่ำเสมอ โดยอาศัยการควบคุมอุณหภูมิในการสกัดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมตลอดกระบวนการ ช่วยลดการสูญเสียสารสำคัญที่ไวต่อความร้อน และลดความแปรปรวนของคุณภาพสารสกัดที่เกิดจากการต้มแบบดั้งเดิม
เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทั้งในรูปแบบการสกัดด้วยความร้อนต่ำ (Low-temperature Extraction) และการแช่สกัดที่อุณหภูมิควบคุม (Controlled Temperature Maceration) โดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในระดับครัวเรือน วิสาหกิจชุมชน และสถานประกอบการขนาดย่อม ทำให้สามารถผลิตสารสกัดสมุนไพรที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องและเป็นมาตรฐาน
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือ การใช้น้ำเป็นตัวทำละลายที่มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างจากตัวทำละลายอินทรีย์ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวทางการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสารสำคัญที่ละลายน้ำได้ดี เช่น สารประกอบฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ แทนนิน และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ หรือส่งเสริมสุขภาพ
เทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรด้วยน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิเป็นนวัตกรรมพร้อมใช้ที่สามารถถ่ายทอดสู่ชุมชนได้ทันที เนื่องจากมีขั้นตอนการดำเนินงานไม่ซับซ้อน ใช้เงินลงทุนไม่สูง สามารถประยุกต์ใช้กับสมุนไพรหลากหลายชนิด และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง สมุนไพรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีมูลค่าเพิ่มได้ ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน