เทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรด้วยน้ำมันแบบควบคุมอุณหภูมิ เป็นนวัตกรรมพร้อมใช้ที่พัฒนาต่อยอดจากกระบวนการสกัดแบบรีฟลักซ์ (Reflux extraction) ในระดับห้องปฏิบัติการ ให้สามารถนำไปใช้จริงในระดับชุมชนและวิสาหกิจขนาดย่อม โดยประยุกต์หลักการให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอมาใช้กับหม้อสกัดที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย ลงทุนไม่สูง และสามารถควบคุมคุณภาพสารสกัดในแต่ละรอบการผลิตให้มีความสม่ำเสม กระบวนการเริ่มจากการเตรียมเหง้าไพล โดยหั่นเป็นแผ่นบางไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร ตากแดดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง อบด้วยตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 50–70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 ชั่วโมง และบดพอหยาบก่อนนำไปสกัด จากนั้นใช้น้ำมันปาล์มเป็นตัวทำละลายในอัตราส่วนสมุนไพรต่อน้ำมันเท่ากับ 1:10 น้ำหนักต่อปริมาตร ควบคุมอุณหภูมิการสกัดไม่เกิน 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาจึงกรองแยกกากและเก็บสารสกัดน้ำมันไว้ในภาชนะที่สะอาด แห้ง และปิดสนิท
เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถใช้สกัดน้ำมันจากไพลดำและไพลเหลืองแยกชนิด ก่อนนำมาผสมตามสัดส่วนที่กำหนดเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพและผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก เช่น น้ำมันนวด บาล์มร้อน และสเปรย์ชนิดร้อนที่มีส่วนผสมของสารสกัดน้ำมันไพล โดยสารสกัดที่ผ่านการกรองสามารถนำไปผสมกับเมนทอล การบูร พิมเสน น้ำมันหอมระเหย และสารประกอบอื่นตามสูตรผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและเพิ่มมูลค่าให้แก่สมุนไพรในท้องถิ่น กระบวนการตามอนุสิทธิบัตรสามารถให้สารสกัดน้ำมันไพลดำและไพลเหลืองที่นำไปใช้เป็นองค์ประกอบของส่วนผสมน้ำมันไพลสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ต่อยอดได้
ในด้านความเหมาะสมต่อชุมชน เทคโนโลยีใช้อุปกรณ์ที่ไม่ซับซ้อน ได้แก่ หม้อสกัดควบคุมอุณหภูมิ เครื่องชั่ง อุปกรณ์หั่นและอบสมุนไพร ชุดกรอง และภาชนะบรรจุ โดยใช้น้ำมันปาล์มซึ่งจัดหาได้ง่ายและมีต้นทุนเหมาะสมเป็นตัวทำละลาย ผู้ปฏิบัติงานสามารถเรียนรู้และดำเนินการตาม SOP ได้ภายหลังการฝึกอบรม จึงเหมาะสำหรับการถ่ายทอดให้แก่วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปสมุนไพร และผู้ประกอบการรายย่อย อีกทั้งสามารถขยายกำลังการผลิตโดยเพิ่มขนาดหม้อสกัดโดยยังคงอัตราส่วน อุณหภูมิ และเวลาเดิมได้
ก่อนนำเทคโนโลยีมาใช้ ชุมชนต้องซื้อสารสกัดน้ำมันไพลในราคาเฉลี่ย 200 บาทต่อลิตร เมื่อชุมชนสามารถผลิตสารสกัดได้เองตามกระบวนการที่กำหนด ต้นทุนการผลิตลดลงเหลือประมาณ 99 บาทต่อลิตร หรือประหยัดต้นทุนได้ 101 บาทต่อลิตร คิดเป็นร้อยละ 50.50 ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำมันนวด บาล์มร้อน และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันไพลลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
การลดต้นทุนดังกล่าวทำให้ชุมชนสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาเดิมและปริมาณเท่าเดิม แต่ได้รับกำไรเพิ่มขึ้นตามปริมาณสารสกัดที่ใช้ เช่น การผลิตสารสกัด 10 ลิตร สามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 1,010 บาท และการผลิต 100 ลิตร สามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 10,100 บาท นอกจากนี้ ชุมชนยังสามารถควบคุมแหล่งที่มาของวัตถุดิบ วางแผนการผลิต ลดการพึ่งพาสารสกัดสำเร็จรูปจากภายนอก และนำสมุนไพรที่ปลูกในพื้นที่มาเพิ่มมูลค่าได้
ดังนั้น เทคโนโลยีนี้จึงมีลักษณะเป็น นวัตกรรมพร้อมใช้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เนื่องจากได้รับการกำหนดเงื่อนไขการผลิตที่ชัดเจน สามารถผลิตซ้ำได้ ใช้อุปกรณ์และวัตถุดิบที่เข้าถึงได้ ถ่ายทอดให้ผู้ใช้งานในชุมชนได้จริง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องสำอางในระดับอุตสาหกรรมชุมชนและเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
| ปีงบฯ | ชื่อแหล่งทุน | ประเภท |
|---|---|---|
| 2567 | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ | วิจัย |