ความรู้ / เทคโนโลยี
ลักษณะและกลไกทางเทคโนโลยี:
นวัตกรรมเชิงแนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) เพื่อเปลี่ยนของเสียสะสมจากฟาร์มปศุสัตว์ในท้องถิ่นให้กลายเป็นวัตถุมีมูลค่า (Waste to Wealth) อ้างอิงรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ สวก. รหัส POP605020080 เทคโนโลยีนี้เน้นการจัดการวัตถุดิบและธาตุอาหารโดยนำ "ขนไก่" ที่มีโครงสร้างโปรตีนเคราติน (Keratin) หนาแน่นและมีธาตุไนโตรเจนสูงถึง 13.40% มาผ่านกระบวนการหมักย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง
ผสมเข้ากับทะลายปาล์มเปล่าสับและมูลสัตว์เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ (Organic Matter: OM ≈ 47.03%) และควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH ≈ 6.26 - 8.26) ให้สอดรับและเหมาะสมต่อโครงสร้างดินเหนียวปนทรายหรือดินเสื่อมโทรมในพื้นที่ จากนั้นส่งเข้าสู่เทคโนโลยีการอัดเม็ด (Pelleting Technology) ผ่านเครื่องจักรกลต้นแบบเพื่อขึ้นรูปเป็นเม็ดปุ๋ยอินทรีย์เคราติน
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
เป็นการประยุกต์ใช้ แนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่น (Waste to Wealth) โดยมีรายละเอียดสำคัญคือการจัดการวัตถุดิบและธาตุอาหาร: นำ "ขนไก่" ซึ่งมีโปรตีนเคราตินสูงมาผ่านกระบวนการย่อยสลายเพื่อเป็นแหล่งไนโตรเจน (N) ธรรมชาติ ผสมกับ "ทะลายปาล์มเปล่า" และ "มูลสัตว์" เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง โดยกระบวนการผลิตและนวัตกรรม ดังนี้ 1) การหมักด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง เพื่อย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็นสารอาหารที่พืชดูดซึมได้ง่าย 2) เทคโนโลยีการอัดเม็ด (Pelleting Technology) ช่วยให้ปุ๋ยค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหาร (Slow Release) สะดวกต่อการใช้งาน ลดการสูญเสียหน้าดิน และช่วยในการเก็บรักษาได้นานขึ้นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีให้กับเกษตรกรในจังหวัดยะลา ส่งเสริมการผลิตกล้วยหอมทองที่ปลอดภัยตามมาตรฐานตลาดสมัยใหม่ (Modern Trade) และเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านโมเดลเศรษฐกิจฐานราก
จุดเด่น
คุณสมบัติปลดปล่อยธาตุอาหารช้า (Slow-release Property): เม็ดปุ๋ยจะค่อยๆ ละลายและปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียหน้าดินจากกระแสน้ำฝนชะล้าง และสามารถจัดเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่จับตัวเป็นก้อน
การบีบอัดต้นทุนปุ๋ยภาคสนาม (Cost Minimization): ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรจากการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพง (ต้นทุนเดิม 5,000–6,000 บาท/ไร่) ให้หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพโครงการที่มีต้นทุนลดลงเหลือเพียง 3,500 บาทต่อไร่ ช่วยลดต้นทุนในภาพรวมลงทันทีร้อยละ 30–40 ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรสุทธิขยับสูงขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์–ชีวภาพจากขนไก่และวัสดุเหลือใช้ (Technology Readiness Level: TRL 6)ลักษณะและกลไกทางเทคโนโลยี: นวัตกรรมเชิงแนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) เพื่อเปลี่ยนของเสียสะสมจากฟาร์มปศุสัตว์ในท้องถิ่นให้กลายเป็นวัตถุมีมูลค่า (Waste to Wealth) อ้างอิงรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ สวก. รหัส POP605020080 เทคโนโลยีนี้เน้นการจัดการวัตถุดิบและธาตุอาหารโดยนำ "ขนไก่" ที่มีโครงสร้างโปรตีนเคราติน (Keratin) หนาแน่นและมีธาตุไนโตรเจนสูงถึง 13.40% มาผ่านกระบวนการหมักย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง
ผสมเข้ากับทะลายปาล์มเปล่าสับและมูลสัตว์เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ (Organic Matter: OM ≈ 47.03%) และควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH ≈ 6.26 - 8.26) ให้สอดรับและเหมาะสมต่อโครงสร้างดินเหนียวปนทรายหรือดินเสื่อมโทรมในพื้นที่ จากนั้นส่งเข้าสู่เทคโนโลยีการอัดเม็ด (Pelleting Technology) ผ่านเครื่องจักรกลต้นแบบเพื่อขึ้นรูปเป็นเม็ดปุ๋ยอินทรีย์เคราติน
ลักษณะเด่นและคุณประโยชน์ภาคสนาม:
คุณสมบัติปลดปล่อยธาตุอาหารช้า (Slow-release Property): เม็ดปุ๋ยจะค่อยๆ ละลายและปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียหน้าดินจากกระแสน้ำฝนชะล้าง และสามารถจัดเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่จับตัวเป็นก้อน
การบีบอัดต้นทุนปุ๋ยภาคสนาม (Cost Minimization): ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรจากการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพง (ต้นทุนเดิม 5,000–6,000 บาท/ไร่) ให้หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพโครงการที่มีต้นทุนลดลงเหลือเพียง 3,500 บาทต่อไร่ ช่วยลดต้นทุนในภาพรวมลงทันทีร้อยละ 30–40 ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรสุทธิขยับสูงขึ้น