ความรู้ / เทคโนโลยี
การทำเกษตรอัจฉริยะหรือสมาร์ทฟาร์ม โดยการใช้
เทคโนโลยีเซนเซอร์ และระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things; IoT) มาควบคุมระบบการ
ให้น้ำที่เพียงพอต่อความต้องการน้ำของพืชเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการทรัพยากรอย่างมี
ประสิทธิภาพ เนื่องจากช่วยลดปริมาณการใช้น้ำและลดระยะเวลาการทำงานลง
จุดเด่น
อนุสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประดิษฐ์/ผู้ออกแบบ ในสิ่งประดิษฐ์ ชื่อ “เทคโนโลยี
IoT วิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน เพื่อใส่ปุ๋ยตามช่วงเวลาแบบ real time” เลขที่คำขออนุสิทธิ:
2603000223 ที่เกิดจากความสำเร็จของผลงานวิจัยของแหล่งทุน PMUA : หน่วยบริหาร
และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กรอบการวิจัย การขยายผลวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม
(Appropriate Technology) เมื่อปี2568 เรื่อง การขยายผลเทคโนโลยีพร้อมใช้ด้วยเกษตรอัจฉริยะในการ
ยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือน เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ของผู้ปลูกกล้วยหอมทอง จ.ชัยภูมิ
รายละเอียดเพิ่มเติม
วิเคราะห์ดินแบบ
real time ช่วยให้การจัดการปุ๋ยส่งผลให้ผลผลิตสูงขึ้น
ต้นทุนลดลง วิเคราะห์ปุ๋ย ธาตุอาหารในดิน (N-P-K, pH, EC)และลดเสียหายจากลม ฝน EC ซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการดินและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยให้ “ใส่ปุ๋ยถูกชนิด ถูกปริมาณ ถูกเวลา และถูกพื้นที่ แล้วส่งผ่านการสื่อสาร
IoT ไปยัง Smart Phone ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการดินและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากช่วยให้เกษตรกรเข้าใจสภาพดินที่แท้จริงก่อนการใส่ปุ๋ย
ควบคุมดินให้เหมาะสมและที่แม่นยำในการให้น้ำและให้ปุ๋ยธาตุ N P K ในแต่ล่ะช่วงอายุพืช
เงื่อนไขการใช้งาน
มีปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานการผลิตในแปลง มีระบบน้ำ ท่อน้ำ สปริงเกอร์ แท้งน้ำ ปั๊มน้ำ ฯลฯ