เกษตรกรรม (ปศุสัตว์) รอตรวจสอบ

เทคโนโลยีเปลือกทุเรียนหมักยีสต์

โดยการหมักเปลือกทุเรียน ด้วยจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารโคเนื้อ

35 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
เทคโนโลยีเปลือกทุเรียนหมักยีสต์
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
ปัจจุบัน มีโรงงานแปรรูปทุเรียนประมาณ 40 – 50 โรงงาน ซึ่งมีทุกอำเภอในจังหวัดชุมพร และมีล้งรับซื้อทุเรียนประมาณ 150 ล้ง โดยมีโรงงานแปรรูปทุเรียน 2-3 โรงงาน จะสับเปลือกทุเรียนให้ แล้วจัดส่งให้เกษตรกรถึงที่
1. ในกรณีครอบครัวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ไม่มีสวนทุเรียนของตัวเอง โดยครอบครัวเกษตรกรจะรับ เปลือกทุเรียนจากโรงงานที่สับเปลือกทุเรียนให้ แล้วจัดส่งให้ถึงที่ โดยส่งเปลือกทุเรียนสด 6 ตัน ราคา 3,500 บาท คิดเป็นกิโลกรัมละ 0.58 บาท สามารถทำเปลือกทุเรียนหมักขาย กิโลกรัมละ 2 บาท หรือขายเป็นถังๆ ละ 200 บาท โดย 1 ถัง มีเปลือกทุเรียนหมัก 100-120 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร กิโลกรัมละ 1.42 บาท หรือ ถังละ 142 บาท หรือขายเป็นถุงๆ ละ 60 บาท โดย 1 ถุง มีเปลือกทุเรียนหมัก 30-40 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร กิโลกรัมละ 1.42 บาท หรือ ถุงละ 42.60 บาท
2. ในกรณีครอบครัวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ มีสวนทุเรียนของตัวเอง หรือล้ง หรือโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะไม่มีค่าขนส่ง ซึ่งครอบครัวเกษตรกร จะสับเปลือกทุเรียนเอง และหมักเอง ซึ่งสามารถทำเปลือกทุเรียนหมักขาย กิโลกรัมละ 2 บาท หรือขายเป็นถังๆ ละ 200 บาท โดย 1 ถัง มีเปลือกทุเรียนหมัก 100-120 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร กิโลกรัมละ 2.00 บาท หรือ ถังละ 200 บาท หรือขายเป็นถุงๆ ละ 60 บาท โดย 1 ถุง มีเปลือกทุเรียนหมัก 30-40 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร กิโลกรัมละ 1.42 บาท หรือ ถุงละ 60.00 บาท
โดยทั้ง 2 กรณี จะไม่มีค่าจัดเก็บ เนื่องจากเปลือกทุเรียนเมื่อหมักในถังหรือถุง เปลือกทุเรียนจะสามารถอยู่ในถังหรือถุง โดยที่ไม่เปิดได้ ซึ่งเปลือกทุเรียนจะสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี โดยราคาถังจัดเก็บเปลือกทุเรียนหมักมีราคา 500 บาท ต่อใบ ซึ่งเวลาขาย เมื่อผู้ซื้อใช้ถังเปลือกทุเรียนหมักเสร็จ จะนำถังมาคืนผู้ผลิต หรือในกรณีผู้ซื้อใช้ถุงเปลือกทุเรียนหมักเสร็จ จะไม่มีค่าถุง โดยเป็นการขายขาด โดยถุงเปลือกทุเรียนหมัก จะมาจากครอบครัวเกษตรกร ใช้ถุงอาหารข้นโคเนื้อผลิต โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารโค และสร้างรายได้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ
จุดเด่น
เปลือกทุเรียนหมักยีสต์ในถังหรือถุง จะเกิดกระบวนการหมักโดยจุลินทรีย์ กลุ่ม Lactobacillus sp. ซึ่งมีโดยธรรมชาติ ซึ่งจะขยายตัว อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Lactobacillus sp. จะปล่อยกรด Lactic เข้าตัดพันธะคาร์โบไฮเดรตที่เป็นโครงสร้าง (Structural Carbohydrate) เช่น เปลือกทุเรียน เมื่อเปิดถังหมักเปลือกทุเรียนตามกำหนด พบว่า เปลือกทุเรียนจะมีความอ่อนนุ่ม มีกลิ่นเปรี้ยว ซึ่งโคเนื้อจะชอบกิน ซึ่งในกระบวนการหมักเปลือกทุเรียนนี้ จะไม่ผ่านความร้อน จึงไม่เกิดการสูญเสีย ของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ กลุ่มสารประกอบฟีนอลิก, สารฟลาโวนอยด์ และแคโรทีนอยด์ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระนี้ จะทำให้ช่วยลดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโทษในระบบต่างๆ ภายในตัวโค ซึ่งหากเกษตรกรให้เปลือกทุเรียนหมักยีสต์แก่โคเนื้อ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนเพื่อทดแทนค่าอาหารหยาบแล้ว ยังทำให้โคเนื้อมีสุขภาพดี มีน้ำหนักตัวเพิ่ม และมีไขมันแทรกเนื้อเพิ่ม ทำให้ราคาเนื้อโคมีมูลค่าเพิ่มสูงด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม

       ปัจจุบัน มีโรงงานแปรรูปทุเรียนประมาณ 40
– 50 โรงงาน ซึ่งมีทุกอำเภอในจังหวัดชุมพร
และมีล้งรับซื้อทุเรียนประมาณ 150 ล้ง
โดยมีโรงงานแปรรูปทุเรียน 2-3 โรงงาน จะสับเปลือกทุเรียนให้
แล้วจัดส่งให้เกษตรกรถึงที่

        1. ในกรณีครอบครัวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ
ไม่มีสวนทุเรียนของตัวเอง โดยครอบครัวเกษตรกรจะรับ
เปลือกทุเรียนจากโรงงานที่สับเปลือกทุเรียนให้ แล้วจัดส่งให้ถึงที่
โดยส่งเปลือกทุเรียนสด 6 ตัน ราคา 3,500 บาท คิดเป็นกิโลกรัมละ 0.58 บาท
สามารถทำเปลือกทุเรียนหมักขาย กิโลกรัมละ 2 บาท
หรือขายเป็นถังๆ ละ 200 บาท โดย 1 ถัง
มีเปลือกทุเรียนหมัก 100-120 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร
กิโลกรัมละ 1.42 บาท หรือ ถังละ 142 บาท
หรือขายเป็นถุงๆ ละ 60 บาท โดย 1 ถุง
มีเปลือกทุเรียนหมัก 30-40 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร
กิโลกรัมละ 1.42 บาท หรือ ถุงละ 42.60 บาท

        2. ในกรณีครอบครัวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ
มีสวนทุเรียนของตัวเอง หรือล้ง หรือโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะไม่มีค่าขนส่ง
ซึ่งครอบครัวเกษตรกร จะสับเปลือกทุเรียนเอง และหมักเอง
ซึ่งสามารถทำเปลือกทุเรียนหมักขาย กิโลกรัมละ 2 บาท
หรือขายเป็นถังๆ ละ 200 บาท โดย 1 ถัง
มีเปลือกทุเรียนหมัก 100-120 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร
กิโลกรัมละ 2.00 บาท หรือ ถังละ 200 บาท
หรือขายเป็นถุงๆ ละ 60 บาท โดย 1 ถุง
มีเปลือกทุเรียนหมัก 30-40 กิโลกรัม โดยเกษตรกรจะได้กำไร
กิโลกรัมละ 1.42 บาท หรือ ถุงละ 60.00 บาท

         โดยทั้ง 2 กรณี จะไม่มีค่าจัดเก็บ เนื่องจากเปลือกทุเรียนเมื่อหมักในถังหรือถุง
เปลือกทุเรียนจะสามารถอยู่ในถังหรือถุง โดยที่ไม่เปิดได้
ซึ่งเปลือกทุเรียนจะสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี
โดยราคาถังจัดเก็บเปลือกทุเรียนหมักมีราคา 500 บาท ต่อใบ
ซึ่งเวลาขาย เมื่อผู้ซื้อใช้ถังเปลือกทุเรียนหมักเสร็จ จะนำถังมาคืนผู้ผลิต
หรือในกรณีผู้ซื้อใช้ถุงเปลือกทุเรียนหมักเสร็จ จะไม่มีค่าถุง โดยเป็นการขายขาด
โดยถุงเปลือกทุเรียนหมัก จะมาจากครอบครัวเกษตรกร ใช้ถุงอาหารข้นโคเนื้อผลิต
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เงื่อนไขการใช้งาน
ให้โคเนื้อกินเปลือกทุเรียนหมักยีสต์ ทดแทนฟางข้าว หรือหญ้า 50 % ได้
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ต้องแบกรับภาระต้นทุนอาหารหยาบราคาสูง สำคัญ
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ สามารถผลิตสูตรอาหารโคเนื้อต้นทุนต่ำเองได้ สูง
    -
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
1. วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคนม-โคเนื้อชุมพรก้าวหน้า 2. วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคขุนบ้านดอนยาง 3. วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อคุณภาพสูง นกส.4 สทพ. นทพ.
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2563 อพสธ บริการวิชาการ
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 10.725389,99.381921
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: 6,000 บาท
ปริมาณ: 244.82 %
SROI (Social)
ตัวชี้วัด: มูลค่าทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ปริมาณ: 1 : 3.44
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ สามารถผลิตเปลือกทุเรียนหมักทดแทนอาหารหยาบได้ 60000.00 กิโลกรัม
ผลกระทบ (Impacts)
  • ลดมลพิษ 60000.00 กิโลกรัม