ความรู้ / เทคโนโลยี
การดูดกลืนแสงในย่านใกล้อินฟราเรด (Near-Infrared, NIR) spectroscopy เป็นเทคนิคที่ใช้วัดและวิเคราะห์ลักษณะของวัสดุโดยการสังเกตการดูดกลืนแสง NIR หลักการทำงานของ NIR spectroscopy อาศัยคุณสมบัติของโมเลกุลในการดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่นประมาณ 780 ถึง 2500 นาโนเมตร ข้อมูลที่ได้นำมาประมวลผลผ่านชุดคำสั่งการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ในการแจ้งสถานะว่าผลอะโวคาโดนั้นอยู่ในสถานะใด (สุก/ดิบ/เสีย) ทั้งนี้เทคโนโลยีมาช่วยในการวัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์และจัดทำระบบโปรแกรมช่วยวิเคราะห์การเก็บเกี่ยวและการขนส่งเพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดของเสียจากกระบวนการผลิต สร้างนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการคัดเลือกผลผลิตที่มีคุณภาพส่งถึงมือลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์และมีคุณภาพ และเป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
จุดเด่น
1.อุปกรณ์มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพาและใช้งานทั้งส่วนของเกษตรกร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 2.รองรับการปฏิบัติงานทั้งในห้องปฏิบัติการ แปลงเพาะปลูก หรือสถานีคัดแยกผลไม้ 3.ไม่ทำให้ผลอะโวคาโดบอบช้ำ หรือได้รับความเสียหาย 4.มีการจัดเก็บข้อมูลสำหรับการประมวลผล รองรับการใช้งานในความหลากหลายของสถานที่/สายพันธ์ของผลไม้ 5.อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถใช้ในได้ทุกสภาพอากาศและพื้นที่การปฏิบัติงาน มีความยืดยุ่น ใช้งานได้ง่าย 6.มีความแม่นยำในการทำนายผลโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ 7.ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับการใช้งานของกลุ่มเกษตรกร,กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสามารถส่งเสริมเชิงพาณิชย์ได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
เครื่องวัดความสุกของผลอะโวคาโดโดยใช้เทคนิค NIR spectroscopy โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการวัดความสุกของผลอะโวคาโด โดยใช้คลื่นสเปกตรัม ซึ่งสามารถไปประยุกต์ใช้งานกับผลไม้ชนิดอื่นๆ โดยมีวิธีการทำงาน คือ ผู้ใช้นำอุปกรณ์ดังกล่าวไปยิงกับผลไม้ที่ต้องการวัด จากนั้นอุปกรณ์จะอ่านค่าสเปกตรัม ส่งข้อมูลไปยัง microcontroller เพื่อส่งไปประมวลผลยังระบบ cloud การประมวลผลในรูปแบบ Web application เก็บข้อมูลการทดลองจากผลอะโวคาโด ในกลุ่มทดลองเพื่อหาความแม่นยำในการทำนายผล การแสดงผลจะแสดงเป็นไฟสัญลักษณ์ 3 สี ประกอบด้วย สีแดง = ผลเสีย , สีเหลือง = ผลดิบ และสีเขียว = ผลสุก