ความรู้ / เทคโนโลยี
การหมักใช้ กระบวนการทางธรรมชาติ (Natural Fermentation Process) โดยอาศัยจุลินทรีย์ประจำถิ่น (yeasts, lactic acid bacteria และ acetic acid bacteria) ที่ติดมากับเยื่อหุ้มเมล็ด (pulp) เมล็ดโกโก้สดถูกบรรจุลงใน ตะกร้าหวายสานรองด้วยใบตอง ใบตองทำหน้าที่เป็นฉนวนธรรมชาติ ช่วยรักษาอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม การหมักไม่กำหนดระยะเวลาคงที่ แต่ใช้ การติดตามอุณหภูมิภายในกองหมัก เป็นตัวชี้วัดหลัก โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในช่วงประมาณ 45–50 °C เมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงและคงที่ แสดงว่ากระบวนการหมักเข้าสู่ระยะสมบูรณ์ เหมาะต่อการนำไปตากแห้ง แนวทางดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากการหมักมากหรือน้อยเกินไป และเพิ่มความสม่ำเสมอของคุณภาพเมล็ดโกโก้
กระบวนการตากแห้งเมล็ดโกโก้ ลดความชื้นโดยตากในโรงตากพลังงานแสงอาทิตย์ ตากเมล็ดโกโก้หมักได้ ประมาณ 100–200 กิโลกรัมต่อรอบ ติดตั้ง ระบบระบายความชื้นด้วยเครื่องดูดอากาศ เพื่อช่วยลดความชื้นสะสมภายในโรงตาก ป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ เมล็ดโกโก้ถูกตากจนมีความชื้นปลายทางต่ำกว่า 6–7% ซึ่งเหมาะสมต่อการเก็บรักษาและการแปรรูปขั้นต่อไป ระบบนี้ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล สอดคล้องกับแนวคิดพลังงานสะอาดใน BCG Economy
การเพิ่มมูลค่าและจัดการของเหลือทิ้ง โดยเก็บน้ำโกโก้สดภายใน 4 ชั่วโมงแรก น้ำเข้าช่องแช่แข็ง เพื่อหยุดการเติบโตของจุลินทรีย์ จำหน่ายในรูปแบบน้ำสดแช่เย็นแบบขวดหรือแบบแก้ว และการจัดการเปลือกฝักโกโก้เหลือทิ้งโดยการ เร่งการย่อยสลายเปลือกโกโก้ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งทางการเกษตรได้รวดเร็ว 4 เท่า (จาก 4 เดือน เหลือประมาณ 1 เดือน) ลดปัญหาการสะสมของเสีย ลดกลิ่นและการเกิดเชื้อก่อโรคจากกองเปลือกโกโก้ เปลี่ยนของเสียให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน เพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพ ต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย เหมาะกับระดับชุมชนและครัวเรือน และการเผาไบโอชาร์ด้วยเตาเผาที่ทำจากถังเหล็กขนาด 200 ลิตร พร้อมฝาปิด มีช่องอากาศด้านล่างหรือด้านข้างในปริมาณจำกัด เพื่อควบคุมการไหลของออกซิเจน อาจติดตั้งปล่องระบายก๊าซหรือช่องระบายควันด้านบน เพื่อควบคุมแรงดันและทิศทางควัน สามารถเสริมขาตั้งหรือฐานรอง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและการไหลเวียนอากาศ สามารถประกอบ ดัดแปลง และซ่อมแซมได้ในพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ควบคุมกระบวนการเผาแบบจำกัดออกซิเจน (Low-oxygen Pyrolysis) ช่วยให้ได้ไบโอชาร์คุณภาพดี ลดการเผาไหม้สมบูรณ์เป็นเถ้า และเพิ่มอัตราการได้ผลผลิตไบโอชาร์เมื่อเทียบกับการเผาแบบเปิดโล่ง
จุดเด่น
1.ใช้ตะกร้าหวายสานร่วมกับใบตองในการหมักเมล็ดโกโก้ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติ หาได้ในท้องถิ่น ช่วยควบคุมอุณหภูมิและการระบายอากาศได้ดี เหมาะสมกับปริมาณเมล็ดสดที่ชุมชนสามารถเก็บเกี่ยวได้ในแต่ละรอบการผลิต ไม่ก่อให้เกิดภาระต้นทุนสูง และลดการพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้าจากภายนอก
2.โรงตากเมล็ดโกโก้โครงเหล็ก คลุมด้วยพลาสติกใส ออกแบบให้มีความแข็งแรง โปร่งแสง รับพลังงานแสงอาทิตย์ได้ดี ช่วยเร่งการลดความชื้นของเมล็ดโกโก้ โดยใช้ลวดขดล็อกตรึงพลาสติกคลุม ทำให้สามารถถอด–เปลี่ยนวัสดุคลุมได้ง่ายเมื่อเสื่อมสภาพ ทำความสะอาดง่าย และสามารถดูแลรักษาหรือซ่อมแซมได้ในพื้นที่ โดยไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการจัดการเทคโนโลยีด้วยตนเองของชุมชน
3.การเพิ่มมูลค่าและจัดการของเหลือทิ้ง ได้แก่ เก็บน้ำโกโก้สดที่ปกติปล่อยทิ้ง บรรจุจำหน่ายในรูปแบบน้ำขวดแช่เย็นและการเพิ่มมูลค่าเปลือกโกโก้ ด้วยการเผาเป็นไบโอชาร์ และการทำปุ๋ยหมัก
รายละเอียดเพิ่มเติม
1) ช็อกโกแลตพร้อมรับประทาน เป็น bar 100 กรัม 2) ภาชนะใส่อาหาร กระดาษ ของตกแต่งจากเปลือกโกโก้ 3) น้ำโกโก้สดบรรจุขวด คอมบูชา 4) ชาเปลือกเมล็ดโกโก้บรรจุซองพร้อมดื่ม 5) น้ำมันโกโก้ 7) ผงโกโก้ 8) ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกโกโก้ 9) การส่งวิเคราะห์โภชนาการ 10) การขอมาตรฐานจดแจ้ง อย. ช็อกโกแลต
เงื่อนไขการใช้งาน
มีคู่มือการใช้งาน