เกษตรกรรม (พืช) รอตรวจสอบ

โรงเรือนปลูกผักต้นทุนต่ำครบวงจร

นวัตกรรมโรงเรือนขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อการเพาะปลูกแบบประหยัดพื้นที่ โดยใช้แนวคิดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เน้นการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โครงสร้างสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะสำหรับการสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนหรือชุมชนที่มีพื้นที่จำกัด

2 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
โรงเรือนปลูกผักต้นทุนต่ำครบวงจร
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
1.เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) การประยุกต์ใช้วัสดุท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาด้านการเกษตร
2.การจัดการเกษตรในพื้นที่จำกัด (Space-intensive Agriculture) การออกแบบระบบปลูกพืชแนวตั้งและการจัดการแสง
3.การจัดการทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Resource Management) การใช้น้ำและการทำปุ๋ยชีวภาพจากแหนแดงในระบบเดียวกัน
จุดเด่น
1.โครงสร้างถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ง่าย ปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ตามสภาพแสง
2.ใช้วัสดุต้นทุนต่ำและเป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่า (ไม้ไผ่, กล่องโฟมเก่า)
3.ออกแบบให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งแบบครบวงจร (ปลูกผักด้านบน เพาะแหนแดงหรือกักเก็บน้ำด้านล่าง)
รายละเอียดเพิ่มเติม

โครงสร้างหลักประกอบขึ้นจากไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยตาข่ายพรางแสง (สแลน) เพื่อควบคุมอุณหภูมิและพรางแสงแดดให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช ชั้นวางตรงกลางออกแบบให้รองรับกล่องโฟมที่ดัดแปลงเป็นกระบะปลูกพืช พื้นที่ด้านล่างสุดมีการปูพลาสติกสำหรับทำเป็นบ่อกักเก็บน้ำหรือเพาะเลี้ยงแหนแดง เพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ยพืชสดหมุนเวียนในระบบ

ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ขาดแคลนพื้นที่ในการเพาะปลูก (มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแต่พื้นปูนซีเมนต์) สำคัญ
    -
  • ต้นทุนการสร้างโรงเรือนเกษตรมาตรฐานมีราคาสูงเกินกว่าที่ระดับครัวเรือนจะลงทุนได้ สำคัญ
    -
  • ขาดแคลนแหล่งอาหารที่ปลอดภัยและปราศจากสารเคมีในระดับครัวเรือน สำคัญ
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ: 0
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • ลดรายจ่ายค่าอาหารและสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยที่ผลิตได้เองอย่างเป็นรูปธรรม
  • เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (ใช้น้ำหมุนเวียนและนำแหนแดงมาทดแทนปุ๋ยเคมี)
  • เป็นโมเดลต้นแบบที่สามารถขยายผล (Scale up) ให้กับกลุ่มชุมชนหรือวิสาหกิจขนาดเล็กได้รวดเร็วด้วยข้อได้เปรียบด้านต้นทุน
ผลกระทบ (Impacts)