ความรู้ / เทคโนโลยี
องค์ความรู้ด้านระบบสมาร์ทฟาร์มสำหรับการปลูกเคล ประกอบด้วยการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติและ Internet of Things (IoT) ในการติดตามและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน การควบคุมการให้น้ำ อุณหภูมิ ความชื้น และการจัดการปัจจัยการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพผลผลิต และสนับสนุนการผลิตตามมาตรฐาน GAP
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
เคยใช้เป็นแปลงต้นแบบในชุมชนนวัตกรรมผักเคลตำบลบางด้วน จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบสมาร์ทฟาร์มแก่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ผ่านการฝึกอบรม การศึกษาดูงาน และการให้คำปรึกษา พร้อมประยุกต์ใช้จริงในการควบคุมการให้น้ำและสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน จุดมุ่งหมาย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักเคล ลดต้นทุนแรงงานและการใช้ทรัพยากร ควบคุมสภาพแวดล้อมการผลิตให้เหมาะสม ยกระดับคุณภาพผลผลิต และสนับสนุนการผลิตตามมาตรฐาน GAP ด้วยระบบอัตโนมัติและ IoTความต้องการ
เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องการระบบที่ใช้งานง่าย มีต้นทุนเหมาะสม สามารถติดตามและควบคุมการผลิตแบบเรียลไทม์ ลดการใช้แรงงาน ลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพสินค้า รวมทั้งสามารถขยายผลสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน
จุดเด่น
ใช้เทคโนโลยี IoT และระบบอัตโนมัติในการบริหารจัดการโรงเรือน
ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ควบคุมสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ
ยกระดับการผลิตตามมาตรฐาน GAP
ถ่ายทอดจากแปลงต้นแบบที่ใช้งานจริง
เหมาะสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ระบบสมาร์ทฟาร์มสำหรับการปลูกเคลเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและ Internet of Things (IoT) ในการติดตามและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน เช่น การให้น้ำ การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการจัดการปัจจัยการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต สนับสนุนการผลิตตามมาตรฐาน GAP โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการบรรยาย การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการสาธิตจากแปลงต้นแบบสู่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ
เงื่อนไขการใช้งาน
ให้บริการบรรยาย ถ่ายทอดเทคโนโลยี ศึกษาดูงาน ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบสมาร์ทฟาร์มสำหรับการปลูกเคล ปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 15–30 คน กรณีนอกพื้นที่มีค่าเดินทางเพิ่มเติม