ไม่มีหมวด รอตรวจสอบ

กระบวนการปรับแต่งและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม (RAISE Platform)

RAISE Platform เป็นนวัตกรรมกระบวนการที่ออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น

57 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
กระบวนการปรับแต่งและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม (RAISE Platform)
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
ความรู้ / เทคโนโลยี
ฐานความรู้ที่ใช้ขับเคลื่อน

องค์ความรู้ที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการมาจากการบูรณาการข้ามศาสตร์ของคณะผู้วิจัย 3 คณะ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างทีมโดยตรง คือ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เทคโนโลยีการผลิตและการวิเคราะห์คุณภาพ) คณะวิทยาการจัดการ (การบริหารธุรกิจและการยกระดับ SE) และคณะครุศาสตร์ (กระบวนการเรียนรู้และการถ่ายทอด) แบ่งเป็น 5 กลุ่มความรู้

1. ความรู้เชิงวิศวกรรมพลังงานและเครื่องจักรแปรรูป
ครอบคลุมการออกแบบเตาอบพลังงานทางเลือก (ลมร้อน อินฟราเรด ชีวมวล และแสงอาทิตย์ร่วมกับไฟฟ้า) การจำลองการไหลของอากาศในตู้ตากแห้ง เครื่องสกัดสมุนไพรและเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย และเครื่องผลิตขนมพื้นถิ่นกึ่งอัตโนมัติ อ้างอิงงานวิจัยการจำลองการไหลของอากาศในตู้ตากแห้งปลานิลแดดเดียวพลังงานแสงอาทิตย์ (นรินทร์ กุลนภาดล และคณะ, 2566)

2. ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารและสูตรผลิตภัณฑ์
สูตรแปรรูปสมุนไพรออร์แกนิกและเวชสำอาง ได้แก่ สบู่สมุนไพร (ภควรรณ คงจันตรี และคณะ, 2561) ครีมนวดสมุนไพรสำหรับผู้สูงอายุ (โปรดปราน ทาศิริ และคณะ, 2563) เจลน้ำมันสมุนไพร (ญาดา เรียมริมมะดัน และคณะ, 2566) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอินทรีย์ (ศักดิ์ชัย หงษ์ทอง และคณะ, 2564–2565) และการพัฒนาน้ำข้าวหมากสู่เครื่องดื่มเชิงหน้าที่ (พรรณทิพา เมียงแก และคณะ, 2565)

3. ความรู้ด้านการวิเคราะห์คุณภาพและมาตรฐาน
เทคนิควิเคราะห์สารสำคัญและควบคุมคุณภาพในห้องปฏิบัติการ ได้แก่ DPPH, Folin–Ciocalteu, HPLC พร้อมการเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐาน GMP, อย. และ มผช. อ้างอิงการประเมินสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของมะม่วงพื้นเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา (ดวงพร ภู่ผะกา, 2558) นี่คือความรู้ที่เป็น "ประตู" สู่ตลาด Modern Trade เพราะเป็นเงื่อนไขที่ CJ More และ Carabao Group ใช้คัดกรองสินค้า

4. ความรู้ด้านเกษตร สิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์
ระบบผลิตผักแนวตั้งและการจัดการฟาร์มขนาดเล็กที่ใช้พลังงานต่ำ เหมาะกับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง เครื่องตรวจวัดสุขภาพดินแบบพกพา ระบบให้ปุ๋ยกึ่งอัตโนมัติ นวัตกรรมอาหารสัตว์โปรตีนสูง และการออกแบบบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น ใบตอง กระจูด เพื่อตอบโจทย์ตลาด BCG

5. ความรู้ด้านการจัดการธุรกิจและกระบวนการเรียนรู้
กรอบ SE Development Framework 5 ระดับ การวิเคราะห์ต้นทุน–กำไร การวางแผนธุรกิจ การประเมินผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment) ควบคู่กับ Appropriate Learning Process (ALP) ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปลี่ยนผู้เข้าร่วมจาก "ผู้รับเทคโนโลยี" เป็น "นวัตกรชุมชน" ผ่าน Learning and Innovation Platform (LIP) แบบผสมผสานทั้งพื้นที่จริงและ Digital Repository

ความรู้ที่ไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัย

จุดที่ต้องระบุให้ชัดคือกระบวนการนี้ไม่ได้มองภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเพียงผู้รับ แต่นับเป็น "ฐานความรู้" อีกขาหนึ่งที่เข้ามาในขั้น R และ A ได้แก่ ความรู้เรื่องวัตถุดิบและฤดูกาลในพื้นที่ สูตรดั้งเดิมของกลุ่มอาชีพ ทักษะช่างฝีมือท้องถิ่นที่ใช้ปรับแต่งเครื่องจักรและกำหนดว่าอะไร "ซ่อมเองได้" และเงื่อนไขการใช้งานจริงที่ห้องปฏิบัติการมองไม่เห็น ความรู้ส่วนนี้คือสิ่งที่ทำให้เทคโนโลยี TRL 3–4 กลายเป็น Appropriate Technology ได้จริง
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
-
จุดเด่น
1. Co-design ไม่ใช่การยัดเยียดเทคโนโลยี
ผู้ใช้เข้ามาร่วมตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์ปัญหาและสร้าง User Profile ไม่ใช่เข้ามารับมอบเครื่องจักรในขั้นปลาย ผลคือเทคโนโลยีที่ได้ใช้วัสดุท้องถิ่นราคาประหยัด ตัดฟังก์ชันซับซ้อนที่ไม่จำเป็นออก และชุมชนดูแลบำรุงรักษาซ่อมแซมได้เอง ซึ่งเป็นคำตอบต่อปัญหาคลาสสิกของโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เครื่องจักรถูกทิ้งร้างหลังจบทุน

2. ระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่น (Local Tech Mentor) 100 ราย
สร้างคนในพื้นที่ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถ่ายทอดความรู้ต่อได้เอง ควบคู่กับทีมซ่อมบำรุงชุมชนและเครือข่ายอะไหล่ในพื้นที่ ทำให้ความรู้ไม่ผูกติดกับนักวิจัยและอยู่ต่อได้หลังสิ้นสุดโครงการ

3. ภาคเอกชนร่วมจริง ไม่ใช่ CSR ฉาบฉวย
เข้ามาในฐานะคู่ค้าที่รับซื้อและร่วมพัฒนา Co-branding พร้อมช่องทางกระจายสินค้า Modern Trade ระดับประเทศ การมีตลาดปลายน้ำที่แน่นอนตั้งแต่ต้นทำให้แรงจูงใจในการยกระดับมาตรฐานเป็นเรื่องเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การทำตามเงื่อนไขทุนวิจัย

4. Learning and Innovation Platform (LIP)
ศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้แบบผสมผสาน มีทั้งห้องปฏิบัติการจริงและระบบออนไลน์ Digital Repository พร้อมคู่มือ วิดีโอสาธิต และระบบ QR Code สำหรับการซ่อมบำรุง ให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

5. มุ่งเป้าที่ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างชัดเจน (SE Focus)
มีกรอบวัดผลเป็นระดับที่จับต้องได้ตั้งแต่ Level 1 ถึง Level 5 พร้อมเครื่องมือประเมิน Social Impact Assessment และ Dashboard แบบ Real-time ทำให้ "ความเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม" กลายเป็นตัวชี้วัดที่ติดตามได้ ไม่ใช่คำขวัญ

6. โมเดลการเงินแบบ Cross-subsidy
ศูนย์ฯ เก็บค่าบริการเชิงพาณิชย์จาก SMEs และโรงงานในพื้นที่ EEC เพื่ออุดหนุนบริการแก่ครัวเรือนยากจนในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ศูนย์ฯ เลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณรัฐเพียงอย่างเดียวในระยะยาว และเป็นการเปลี่ยน "ความเหลื่อมล้ำระหว่างอุตสาหกรรม EEC กับเศรษฐกิจฐานราก" จากปัญหาให้กลายเป็นกลไกทางการเงิน

7. Shared Lab ที่ลดความเสี่ยงในการลงทุน
กลุ่มเป้าหมายทดลองสูตรและทดลองตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรราคาแพงในระยะเริ่มต้น ซึ่งตอบโจทย์ pain point ข้อ 2.4 ของรายงานโดยตรง คือความเสี่ยงทางการเงินสูงในช่วงบ่มเพาะ
รายละเอียดเพิ่มเติม

ชื่อผลงาน (ไทย) กระบวนการปรับแต่งและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม (RAISE Platform)

ชื่อผลงาน (อังกฤษ) Rajabhat Appropriate Innovation for Sustainable Enterprise (RAISE) Platform

ประเภท นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) / กลไกเชิงระบบ

RAISE Platform เป็นนวัตกรรมกระบวนการที่ออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น "โซ่ข้อกลาง" (Systemic Mechanism) เชื่อมองค์ความรู้และนวัตกรรมพร้อมใช้ระดับห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นและโอกาสทางการตลาดของภาคเอกชน แล้วแปลงให้เป็นเทคโนโลยีที่ชุมชนใช้ได้จริง ดูแลรักษาเองได้ และสร้างรายได้ได้

จุดต่างจากการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีทั่วไปคือ กระบวนการนี้ทำงาน 2 แกนพร้อมกัน แกนหนึ่งยกระดับ "ตัวเทคโนโลยี" ผ่าน 5 ขั้นตอน R–A–I–S–E อีกแกนหนึ่งยกระดับ "ตัวคน" ผ่านกรอบ SE Development Framework 5 ระดับ จาก Level 1 การลงทุนทั่วไป ไปสู่ Level 5 วิสาหกิจเพื่อสังคมเต็มรูปแบบ โดยมีศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต (O Kart D EcoHub) เป็นฐานปฏิบัติการ และมี Learning and Innovation Platform (LIP) เป็นพื้นที่เรียนรู้แบบผสมผสาน ผลลัพธ์คือการเปลี่ยนเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยจากผู้รับเทคโนโลยีแบบตั้งรับ ให้กลายเป็นนวัตกรชุมชนและผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่มีตลาดรองรับแน่นอน

ก. องค์ประกอบของกระบวนการ 5 ขั้น

ขั้นสาระสำคัญเครื่องมือ/ผลผลิตของขั้นR – Reframe & Recognizeปรับกรอบคิดผู้ผลิตและคู่ค้า วิเคราะห์โจทย์ร่วมกันStakeholder Mapping, Problem Tree Analysis, User Profile, ทีม Co-design มหาวิทยาลัย–ชุมชนA – Adjust & Appropriateปรับต้นแบบห้องปฏิบัติการให้เหมาะกับบริบทพื้นที่Co-design Workshop, Technology Assessment Matrix, Appropriateness Scoring, เลือกวัสดุต้นทุนต่ำในท้องถิ่น ตัดฟังก์ชันซับซ้อนออกI – Integrate & Innovateถ่ายทอดความรู้และพิสูจน์ผลในสนามจริงอบรมแบบ "มือจับมือ", ระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่น (Local Tech Mentor), Real-case Testing ≥ 30 วัน, Feedback Loop, LIP/Digital RepositoryS – Sustain & Supportสร้างระบบหนุนเสริมให้เดินต่อได้เองหลังจบทุนทีมซ่อมบำรุงชุมชน/ชมรมเทคโนโลยีเพื่อชุมชน, เครือข่ายอะไหล่และ Supply Chain ท้องถิ่น, Self-sustaining Revenue Model, Micro-financeE – Evaluate & Evolveประเมินและป้อนกลับสู่การพัฒนารุ่นถัดไปParticipatory Evaluation, Social Impact Assessment, Social Impact Dashboard แบบ Real-time, Reflective Workshop ทุก 6 เดือน, เชื่อมตลาด Modern Trade

ข. คุณลักษณะที่ทำให้เป็น "เทคโนโลยีที่เหมาะสม"

ต้นทุนต่ำและใช้วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ · ลดความซับซ้อนของฟังก์ชันจนช่างท้องถิ่นซ่อมเองได้ · ผ่านการออกแบบร่วมกับผู้ใช้จริงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การส่งมอบสำเร็จรูป · มีคู่มือ วิดีโอสาธิต และระบบ QR Code สำหรับการซ่อมบำรุง · มีทีมซ่อมบำรุงในชุมชนรองรับหลังสิ้นสุดโครงการ

ค. ชุดเทคโนโลยีที่ไหลผ่านกระบวนการนี้ (8 รายการ)

เตาอบพลังงานทางเลือก (ลมร้อน/อินฟราเรด/ชีวมวล/แสงอาทิตย์ร่วมไฟฟ้า) · เครื่องสกัดสมุนไพรและเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย · เครื่องผลิตขนมพื้นถิ่นกึ่งอัตโนมัติ · ระบบผลิตผักแนวตั้งและจัดการฟาร์มขนาดเล็ก · บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น · สูตรแปรรูปสมุนไพรออร์แกนิกและเวชสำอาง · องค์ความรู้พัฒนาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ/อาหารเชิงหน้าที่ · องค์ความรู้วิเคราะห์สารสำคัญและควบคุมคุณภาพเพื่อขอ มผช./อย.

เงื่อนไขการใช้งาน
คุณสมบัติผู้เข้าร่วม

ผู้ประกอบการท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพ หรือครัวเรือนเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีฐานการผลิตเดิมอยู่แล้วและมีความพร้อมจะเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่มีมาตรฐาน โดยต้องผ่านการประเมิน SE Baseline ตามกรอบ 5 ระดับก่อนเข้าร่วม

ข้อผูกพันของผู้เข้าร่วม

เข้าร่วม Co-design Workshop ตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์ปัญหา ไม่ใช่เข้ามารับเทคโนโลยีสำเร็จรูปในขั้นปลาย
ให้พื้นที่และกระบวนการผลิตจริงสำหรับ Real-case Testing ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ให้ข้อมูล Baseline ด้านรายได้ ต้นทุน ปริมาณและความสูญเสีย เพื่อการเปรียบเทียบก่อน–หลัง และรายงานผลต่อเนื่องเข้าสู่ Social Impact Dashboard
ส่งผู้แทนเข้ารับการอบรมแบบ "มือจับมือ" เพื่อพัฒนาเป็นนวัตกรชุมชนหรือพี่เลี้ยงท้องถิ่น และรับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือร่วมกับทีมซ่อมบำรุงชุมชน
ลงนาม MOU กับศูนย์ฯ และภาคีความร่วมมือ

เงื่อนไขด้านค่าบริการ

ศูนย์ฯ ดำเนินงานแบบ Cross-subsidy คือเก็บค่าบริการเชิงพาณิชย์จากกลุ่ม Commercial Client (SMEs และโรงงานในพื้นที่ EEC) เพื่อนำมาอุดหนุนบริการแก่กลุ่ม Social Client (ครัวเรือนยากจนและกลุ่มเป้าหมายเปราะบาง) ในราคาที่ชุมชนเข้าถึงได้ ประเภทรายได้ประกอบด้วยค่าเช่าเครื่องมือ ค่าบริการแปรรูป ค่าธรรมเนียมฝึกอบรม และค่าที่ปรึกษา ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายในระยะบ่มเพาะสามารถใช้ Shared Lab ทดลองสูตรและทดลองตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนค่าเครื่องจักรในช่วงเริ่มต้น

เงื่อนไขด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการแบ่งปันผลประโยชน์

ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 รายได้ของหน่วยธุรกิจแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของมหาวิทยาลัยสำหรับกองทุนบำรุงรักษาและค่าเสื่อมราคา ส่วนของศูนย์ฯ สำหรับเงินทุนหมุนเวียนและอุดหนุนกิจกรรมเชิงสังคม และส่วนของทีมนักวิจัย/ผู้ประดิษฐ์ในรูปค่าตอบแทนแรงจูงใจหรือส่วนแบ่ง Licensing Fee

ข้อจำกัดในการนำไปขยายผล

กระบวนการนี้ต้องการเงื่อนไขตั้งต้น 3 อย่างจึงจะทำซ้ำได้ คือ มีคลังเทคโนโลยีระดับ TRL 3–4 ของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ มีความร่วมมือแบบจตุรภาคีที่มีคู่ค้าปลายน้ำจริงไม่ใช่เพียง MOU และมีพื้นที่กายภาพสำหรับห้องปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 200 ตารางเมตร หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง วงจรจะสะดุดที่ขั้น S และไม่สามารถสร้างความยั่งยืนหลังสิ้นสุดทุนได้
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • -
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • -
    -
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
กลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่น
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 13.769927,101.171171
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ: 0
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
ผลกระทบ (Impacts)