ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีการสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรด้วยวิธีการหมัก (Maceration) อาศัยหลักการแพร่ของสาร (Diffusion) จากวัตถุดิบสมุนไพรสู่ตัวทำละลาย ภายใต้การควบคุมชนิดของตัวทำละลาย อัตราส่วนวัตถุดิบ ระยะเวลาการสกัด และขนาดอนุภาคของสมุนไพร ร่วมกับเทคโนโลยีการกรองและการระเหยตัวทำละลายด้วยเครื่อง Rotary Evaporator เพื่อให้ได้สารสกัดหยาบที่มีคุณภาพและเหมาะสำหรับการวิเคราะห์สารสำคัญ การทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลือกตัวทำละลาย การควบคุมกระบวนการสกัด และการประยุกต์ใช้สารสกัดในงานวิจัยและเชิงพาณิชย์
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
ใช้เป็นบริการเตรียมสารสกัดหยาบจากพืชสมุนไพรสำหรับงานวิจัย การวิเคราะห์สารสำคัญ และการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยตอบสนองความต้องการของนักวิจัย นักศึกษา ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ต้องการสารสกัดคุณภาพ พร้อมคำปรึกษาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการสกัด เพื่อให้สามารถนำสารสกัดไปต่อยอดเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่น
1. ใช้วิธีการสกัดที่เหมาะกับสารสำคัญที่ไวต่อความร้อน ช่วยลดการเสื่อมสลายของสารออกฤทธิ์ระหว่างกระบวนการสกัด
2. สามารถเลือกชนิดของตัวทำละลายให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ เช่น เอทานอล เมทานอล หรือสารละลายผสมน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดสารสำคัญ
3. ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งการเตรียมวัตถุดิบ การเลือกตัวทำละลาย การควบคุมกระบวนการสกัด และการนำสารสกัดไปใช้ประโยชน์
4. รองรับการต่อยอดงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยสารสกัดสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์สารสำคัญ การทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็นบริการเตรียมสารสกัดหยาบจากพืชสมุนไพรด้วยวิธีการหมัก (Maceration) โดยเริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบสมุนไพรให้เหมาะสม จากนั้นเลือกใช้ตัวทำละลาย เช่น เอทานอล เมทานอล หรือสารละลายผสมน้ำ แล้วแช่วัตถุดิบภายใต้สภาวะที่ควบคุมเพื่อให้สารสำคัญแพร่ออกจากเนื้อพืชสู่ตัวทำละลาย ก่อนกรองและระเหยตัวทำละลายด้วยเครื่อง Rotary Evaporator เพื่อให้ได้สารสกัดหยาบที่มีคุณภาพ กระบวนการให้บริการครอบคลุมการให้คำปรึกษา การเลือกตัวทำละลาย การควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการสกัด ได้แก่ ชนิดตัวทำละลาย อัตราส่วนวัตถุดิบต่อสารละลาย ระยะเวลาการสกัด และขนาดอนุภาคของวัตถุดิบ ตลอดจนการเก็บรักษาสารสกัด โดยสารสกัดที่ได้สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์สารสำคัญ การทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้
เงื่อนไขการใช้งาน
ผู้รับบริการต้องจัดเตรียมตัวอย่างสมุนไพรสำหรับการสกัด (ไม่เกิน 1 กิโลกรัมต่อตัวอย่าง) และแจ้งวัตถุประสงค์ของการนำสารสกัดไปใช้ เพื่อกำหนดชนิดของตัวทำละลายและเงื่อนไขการสกัดที่เหมาะสม โดยการให้บริการครอบคลุมการเตรียมวัตถุดิบ การสกัด การกรอง การระเหยตัวทำละลาย และการเก็บรักษาสารสกัด ทั้งนี้ คุณภาพและปริมาณของสารสกัดที่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของสมุนไพร คุณภาพวัตถุดิบ ชนิดของตัวทำละลาย อัตราส่วนวัตถุดิบต่อสารละลาย ระยะเวลาการสกัด และขนาดอนุภาคของวัตถุดิบ