ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีถังหมักกาแฟที่เหมาะสมกับการใช้ยีสต์พาณิชย์: ด้วยการหมักในถังหมักที่ออกแบบสำหรับการไม่เติมอากาศระหว่างการหมัก 12-72 ชั่วโมง เพราะระดับออกซิเจนต่ำจะช่วยกระตุ้นให้ยีสต์เปลี่ยนจากการผลิตพลังงานแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Respiration) ไปสู่การหมักอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ สามารถบรรจุกาแฟเชอร์รี่ได้ ปริมาณ 20 ลิตร เติมอาหารให้ยีสต์ในอัตรา 3% ของน้ำหนักกาแฟเชอร์รี่ อุณหภูมิหมักที่เหมาะสมมักอยู่ในช่วง 18–25°C และตรวจสอบค่า pH > 3.5 เพราะเป็นช่วงระยะที่ยีสต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากตารางที่ 4.5 พบว่าการเทคโนโลยีถังหมักกาแฟที่ปรับปรุงขึ้นสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในถังหมักได้คงที่มากกว่า ซึ่งส่งผลให้ควบคุมค่า PH ได้ดีขึ้น
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
ผลิตภัณฑ์ สารกาแฟ ราคาสูงขึ้น
จุดเด่น
การหมักกาแฟด้วยภาชนะปิดแบบไม่เติมออกซิเจน 72 ชั่วโมง กระบวนการหมักโดยประยุกต์ใช้ถังพลาสติกขนาด 30 ลิตร แบบไม่เติมอากาศและมีวาล์วระบายแก๊สภายในถังช่วยให้สามารถควบคุมความดันและอุณหภูมิภายในถังได้
แก้ปัญหาการหมักที่ไม่สม่ำเสมอ ใช้เวลาไม่แน่นอน ส่งผลต่อกลิ่น/รสกาแฟ
ส่งเสริมการผลิตกาแฟ Fine Robusta ที่มีกลิ่นและรสชาติพิเศษ
รองรับการเข้าสู่ตลาดระดับสูง ราคาขายสูงถึง 800 บาท/กก.
รายละเอียดเพิ่มเติม
เทคโนโลยีถังหมักกาแฟที่เหมาะสมกับการใช้ยีสต์พาณิชย์: ด้วยการหมักในถังหมักที่ออกแบบสำหรับการไม่เติมอากาศระหว่างการหมัก 12-72 ชั่วโมง เพราะระดับออกซิเจนต่ำจะช่วยกระตุ้นให้ยีสต์เปลี่ยนจากการผลิตพลังงานแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Respiration) ไปสู่การหมักอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ สามารถบรรจุกาแฟเชอร์รี่ได้ ปริมาณ 20 ลิตร เติมอาหารให้ยีสต์ในอัตรา 3% ของน้ำหนักกาแฟเชอร์รี่ อุณหภูมิหมักที่เหมาะสมมักอยู่ในช่วง 18–25°C และตรวจสอบค่า pH > 3.5 เพราะเป็นช่วงระยะที่ยีสต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบว่าการเทคโนโลยีถังหมักกาแฟที่ปรับปรุงขึ้นสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในถังหมักได้คงที่มากกว่า ซึ่งส่งผลให้ควบคุมค่า PH ได้ดีขึ้น
เงื่อนไขการใช้งาน
สามารถบรรจุกาแฟเชอร์รี่ได้ ปริมาณ 20 ลิตร