เครื่องมือ / เครื่องจักร รอตรวจสอบ

เครื่องตีฟูฝ้ายกำลังมอเตอร์ (Cotton Fluffing Machine)

เครื่องช่วยตีฟูเส้นใยฝ้ายให้พร้อมสำหรับการปั่นด้าย ลดต้นทุนและเวลาในการส่งฝ้ายไปตีฟูนอกพื้นที่

3 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
เครื่องตีฟูฝ้ายกำลังมอเตอร์ (Cotton Fluffing Machine)
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
ช่วยผ่อนแรงและลดเวลาในการยิงฝ้าย (การทำฝ้ายให้ฟูแบบดั้งเดิม) โดยปุยฝ้ายที่ตีฟูแล้วจะถูกนำไปม้วนเป็นหางฝ้ายหรือลูกหลีได้ง่ายมาก สำหรับผู้คนที่มีความชำนาญในการปั่นฝ้ายสามารถนำปุยฝ้ายนี้ไปปั่นเป็นเส้นด้ายได้เลย โดยไม่ต้องนำมาม้วนเป็นหางฝ้าย (ลูกหลี) ก่อน ดังนั้น การเทคโนโลยีเครื่องตีฟูฝ้ายจึงช่วยลดขั้นตอนการผลิตเส้นด้ายไปได้ 1 ขั้นตอน โดยปุยฝ้ายที่ได้มีคุณภาพสะอาดเพราะสิ่งสกปรกเศษใบไม้จะถูกแยกไปเก็บในช่องด้านบนของตู้ตีฝ้าย
การทำงานของเครื่องตีฟู
1) การป้อนฝ้าย
1.1) ฝ้ายดิบที่แยกเมล็ดออกแล้วถูกป้อนเข้าไปในเครื่องจักรผ่านช่องป้อน (Feeding tray)
1.2) มีช่องช่วยควบคุมปริมาณฝ้ายที่เข้าสู่เครื่องจักร
2. การแยกเส้นใย
2.1) เครื่องจักรใช้ลูกกลิ้ง (Feeding Rollers) 2 แท่งหนีบใยฝ้ายส่งเข้าหาลูกกลิ้งหนาม (Drum with Nails) ที่หมุนด้วยความเร็วสูง
2.2) ในขณะที่ลูกกลิ้งหนามทำงานจะเป็นการหวีสางให้เส้นใยฝ้ายแยกออกจากกันและฟูฟุ้งกระจายไป
3. การทำความสะอาดฝ้าย
3.1) ส่วนบนของลูกกลิ้งหนามจะมีกล่องดักเศษฝุ่นและสิ่งสกปรกวางอยู่ห่างไปเล็กน้อย ในขณะที่ลูกกลิ้งหนามหมุนตีใยฝ้ายเศษใบไม้และสิ่งสกปรกซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าใยฝ้ายจะปลิวแยกจากใยฝ้ายเข้าไปอยู่ในกล่องดังกล่าว
4. การรวบรวมฝ้าย
4.1) ฝ้ายที่ผ่านการตีฟูแล้วจะถูกรวบรวมในกรงฝ้าย (Fiber Collecting Cage)



5. การควบคุมและการปรับตั้ง
5.1) เครื่องตีฟูจะถูกควบคุมความเร็วในการหมุนและแรงตีของลูกกลิ้งทั้งสองชุดให้สัมพันธ์กันไว้แล้ว ไม่สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ หากฝ้ายที่ตีฟูในครั้งแรกยังฟูไม่มากพอให้นำเข้าตีฟูจนกระทั่งได้ฝ้ายที่มีความฟูตามที่ต้องการ
5.2) ในการตีฟูฝ้ายควรทำการตีฟูฝ้ายสีเดียว หากต้องการเปลี่ยนสีฝ้ายที่จะตีฟู ให้เก็บเศษฝ้ายสีเดิมออกจากกรงฝ้ายให้หมดแล้วจึงตีฝ้ายสีใหม่ มิเช่นนั้นฝ้ายที่ตีฟูจะเป็นสีผสมเหลือบกับสีที่ตีฟูในครั้งก่อนหน้า ยกเว้นหากต้องการทำเส้นด้ายสีแฟนซีหลายสีผสมกัน ก็สามารนำปุยฝ้ายหลายสีใส่เข้าตีฟูพร้อมกันได้
จุดเด่น
เป็นเครื่องจักรกลไฟฟ้าขนาดเล็กที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนกระบวนการผลิตกลางน้ำดั้งเดิม ทำหน้าที่เปิดและสางใยฝ้ายที่จับตัวเป็นก้อนให้คลายตัว โปร่งฟู และสม่ำเสมอ พร้อมสำหรับการปั่นเป็นเส้นด้าย ควบคู่ไปกับการคัดแยกเศษฝุ่น เศษเมล็ดฝ้าย สิ่งสกปรกออกจากใยฝ้ายเพื่อยกระดับคุณภาพเส้นใยที่จะปั่นเป็นเส้นด้ายต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติม

เครื่องตีฟูฝ้ายกำลังมอเตอร์ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิตเส้นใยฝ้ายของชุมชน
ซึ่งเดิมต้องส่งฝ้ายไปตีฟูในต่างจังหวัด ส่งผลให้เกิดต้นทุนด้านการขนส่ง ค่าแปรรูป
และระยะเวลาการผลิตที่สูง
เทคโนโลยีดังกล่าวจึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมส้นใยฝ้ายสำหรับกระบวนการปั่นด้าย
ลดภาระแรงงานของผู้สูงอายุ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มทอผ้าชุมชน

การพัฒนาเทคโนโลยีเริ่มจากการออกแบบและสร้างต้นแบบเครื่องตีฟูฝ้าย
พร้อมพัฒนาระบบแยกสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยฝ้ายและระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน
โดยผ่านการทดสอบในระดับต้นแบบจนสามารถยกระดับจาก TRL4 สู่ TRL5
จากนั้นได้มีการสร้างเครื่องต้นแบบขนาดใช้งานจริงและปรับปรุงระบบกำลังมอเตอร์ให้เหมาะสมกับฝ้ายปั่นมือพร้อมทดสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอและการผลิตเส้นใยธรรมชาติ
จนสามารถยกระดับสู่ TRL6

รายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิค

• ระบบต้นกำลัง : มอเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งอยู่บริเวณฐานด้านล่างของเครื่อง

• ระบบไฟฟ้าที่รองรับ : ไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ 1 เฟส 15 แอมแปร์

• ระบบส่งกำลัง : ระบบพูลเลย์และสายพาน(Pulleys & Belts) ถ่ายทอดกำลังหมุนไปยังชุดลูกกลิ้งภายในและเฟืองขับเคลื่อนด้านข้าง ควบคุมความเร็วรอบให้สัมพันธ์กันอย่างเสถียร

• โครงสร้างส่วนควบ : กรงพักเส้นใย โครงตะแกรงตาข่ายสีเขียวทึบน้ำหนักเบา ที่สามารถถอดแยกได้

ชิ้นส่วนประกอบและกลไลการทำงานหลัก

• ระบบป้อนวัตถุดิบ (Feeding System): ประกอบด้วยช่องป่อนวัตถุดิบ (Feeding Tray) บริเวณด้านบน/หน้าหน้าตัวเครื่อง สำหรับป้อนก้อนฝ้าบดิบที่แกะเมล็ดแล้ว มีกลไกช่องช่วยควบคุมปริมาณการป้อนฝ้ายเข้าสู่ระบบอย่างสม่ำเสมอ

• ชุดสางใยฝ้ายหลัก (Cotton Opening Unit): ประกอบด้วยลูกกลิ้งหนีบฝ้าย (Feeding Rollers) จำนวน 2 แท่งทำหน้าที่จับยึดและป้อนก้อนฝ้ายส่งต่อไปยัง ลูกกลิ้งหนาม (Drum with Nails) ที่หมุนเหวี่ยงด้วยความเร็วสูงเพื่อฉีก สางและตีก้อนใยฝ้ายให้แตกตัวเป็นปุยละเอียดคล้ายขนมสายไหม

• ระบบดักจับสิ่งสกปรก : กล่องดักเศษฝุ่นและสิ่งสกปรก ติดตั้งอยู่ส่วนบนของลูกกลิ้งหนามในระยะที่อาศัยหลักการเหวี่ยง เศษใบไม้และสิ่งเจือปนที่มีน้ำหนักมากกว่าใยฝ้ายจะปลิวแยกตัวเข้าไปในกล่องดักโดยอัตโนมัติ

• ระบบกักเก็บและระบายลม (Collecting System): กรงพักเส้นใยโครงตาข่ายสีเขียว (Opened Cotton Cage) ทำหน้าที่กักเก็บปุยฝ้ายที่ตีฟูแล้วไม่ให้ฟุ้งกระจาย และระบายแรงลมที่เกิดจากการหมุนของลูกกลิ้งออกได้อย่างปลอดภัย

 สมรรถนะและกำลังการผลิต

• กำลังการผลิตเป้าหมาย : 1.0 กิโลกรัม/10 นาที หรือสมรรถนะรองรับสูงสุดประมาณ 25 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาทำงานลงถึงร้อยละ 95 เมื่อเทียบกับการใช้ก๋งยิงฝ้ายแบบดั้งเดิม

• เกณฑ์ความผิดพลาดที่ยอมรับได้ : ปุยฝ้ายที่ได้ต้องมีความสะอาด นุ่มฟู และสม่ำเสมอในระดับที่ช่างปั่นด้ายสามารถนำไปเข้าสู่กระบวนการปั่นด้ายได้ทันทีโดยไม่ต้องม้วนเป็นหางฝ้าย(ลูกหลี) และต้องไม่มีการปนเปื้อนของเศษสิ่งสกปรก

เงื่อนไขการใช้งาน
เตรียมระบบไฟฟ้า 220 โวสต์และเฟสที่เหมาะสม
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • แก้ปัญหาคอขวดในขั้นตอนการตีฟูเส้นใยฝ้าย เวลา/แรงงานในการผลิต และต้นทุนการแปรรูปนอกพื้นที่
    -
ประโยชน์ (Gain Points)
  • ช่วยผ่อนแรงและลดเวลาในการยิงฝ้าย (การทำฝ้ายให้ฟูแบบดั้งเดิม) โดยปุยฝ้ายที่ตีฟูแล้วจะถูกนำไปม้วนเป็นหางฝ้ายหรือลูกหลีได้ง่ายมาก สำหรับผู้คนที่มีความชำนาญในการปั่นฝ้ายสามารถนำปุยฝ้ายนี้ไปปั่นเป็นเส้นด้ายได้เลย โดยไม่ต้องนำมาม้วนเป็นหางฝ้าย (ลูกหลี) ก่อน ดัง
    -
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
วิสาหกิจชุมชน/กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งทอ
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วิจัย
2567 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิจัย
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด: 18.374638,98.616067
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด: ลดต้นทุนการผลิต
ปริมาณ: 3,000 บาท/เดือน หรือ 36,000 บาท/ปี
SROI (Social)
ตัวชี้วัด: ลดภาระงานผู้สูงอายุ
ปริมาณ: 55 ครัวเรือน
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • ลดต้นทุนในการขนส่งเพื่อจ้างตีฟูฝ้ายจากภายนอกชุมชน 250000.00 บาท
ผลกระทบ (Impacts)
  • ลดต้นทุนการผลิต 36000.00 บาท/ปี