ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีการผลิตถ่านไม้ด้วยกระบวนการไพโรไลซิสในสภาวะจำกัดอากาศ โดยใช้ระบบอากาศร้อนถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ไม้ภายในเตาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อไม้สะสมความร้อนจนถึงระดับที่เหมาะสม จะเกิดการสลายตัวทางความร้อนและเปลี่ยนเป็นถ่านได้ด้วยตนเอง เทคโนโลยีครอบคลุมการออกแบบโครงสร้างเตา ระบบให้ความร้อน การควบคุมอากาศและอุณหภูมิ ตลอดจนการจัดเรียงวัตถุดิบและการควบคุมระยะเวลาเผา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนไม้เป็นถ่าน ลดการสูญเสีย และทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
เตาเผาถ่านสุญญากาศเคยนำไปใช้ผลิตถ่านไม้ในพื้นที่ชุมชนของจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ รวม 11 ตำบล โดยใช้สำหรับแปรรูปไม้หรือวัสดุชีวมวลให้เป็นถ่านด้วยกระบวนการไพโรไลซิสในสภาวะจำกัดอากาศ จุดมุ่งหมายสำคัญคือแก้ปัญหาเตาเผาถ่านแบบเดิมที่มีประสิทธิภาพต่ำ ใช้เวลานาน ไม้เปลี่ยนเป็นถ่านไม่สมบูรณ์ และมีการสูญเสียวัตถุดิบสูง เทคโนโลยีนี้จึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มปริมาณและความสม่ำเสมอของถ่าน ลดระยะเวลาและต้นทุนการผลิต ตลอดจนตอบสนองความต้องการของเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตถ่านเพื่อใช้เองหรือจำหน่ายเชิงพาณิชย์
จุดเด่น
เตามีกำลังการผลิตประมาณ 40–50 กิโลกรัมต่อรอบ สามารถเพิ่มผลผลิตถ่านได้ประมาณร้อยละ 20–35 เมื่อเทียบกับกระบวนการเดิม ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการผลิต ควบคุมการให้ความร้อนได้มีประสิทธิภาพ และลดปัญหาไม้เปลี่ยนเป็นถ่านไม่สมบูรณ์ ผ่านการทดลองใช้งานในสภาวะจริงแล้ว มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1.82 ปี เหมาะสำหรับเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และภาคอุตสาหกรรม
รายละเอียดเพิ่มเติม
เตาเผาถ่านสุญญากาศเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับการผลิตถ่านไม้ด้วยกระบวนการไพโรไลซิส โดยออกแบบให้ใช้อากาศร้อนถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ไม้ภายในเตาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เมื่อไม้สะสมความร้อนจนถึงระดับที่เหมาะสม จะเกิดการสลายตัวทางความร้อนและเปลี่ยนเป็นถ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เตามีกำลังการผลิตประมาณ 40–50 กิโลกรัมต่อรอบ และสามารถควบคุมกระบวนการเผาให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเตาเผาถ่านแบบเดิม
ลักษณะเด่นของนวัตกรรมคือ ช่วยลดระยะเวลาในการเผา ลดการสูญเสียของวัตถุดิบ เพิ่มปริมาณผลผลิตถ่านได้ประมาณร้อยละ 20–35 และช่วยให้คุณภาพถ่านมีความสม่ำเสมอมากขึ้น จากการทดลองใช้งานจริงพบว่าเตาสามารถทำงานได้ตามการออกแบบ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1.82 ปี เหมาะสำหรับเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับการผลิตถ่านให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
เงื่อนไขการใช้งาน
ควรติดตั้งและใช้งานเตาเผาถ่านในพื้นที่โล่งหรือพื้นที่ที่มีการระบายอากาศดี ห่างจากอาคารพักอาศัย วัสดุไวไฟ และบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากความร้อนหรือควัน วัตถุดิบไม้ที่นำมาใช้ควรมีขนาดและความชื้นเหมาะสม รวมทั้งจัดเรียงภายในเตาอย่างเป็นระเบียบเพื่อให้ได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการจุดเตา การควบคุมอากาศและอุณหภูมิ ตลอดจนระยะเวลาการเผาที่กำหนด โดยควรผ่านการอบรมหรือได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน
ระหว่างการทำงานต้องตรวจสอบสภาพเตา ระบบให้ความร้อน ช่องระบายควัน และอุปกรณ์ควบคุมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ห้ามเปิดเตาหรือสัมผัสส่วนที่มีอุณหภูมิสูงในขณะปฏิบัติงาน และต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือทนความร้อน หน้ากากป้องกันควัน และรองเท้านิรภัย หลังสิ้นสุดกระบวนการต้องปล่อยให้เตาและถ่านเย็นตัวลงอย่างเพียงพอก่อนเปิดเตาหรือนำถ่านออก เพื่อป้องกันการลุกไหม้ซ้ำและลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน