ความรู้ / เทคโนโลยี
องค์ความรู้ด้านการสาวไหม การควบรวมเส้นไหม และการตีเกลียวเส้นไหม ร่วมกับเทคโนโลยีเครื่องจักรกลที่ประกอบด้วยชุดส่งกำลัง ชุดล้อขับ เพลา ม้วนกรอ และระบบควบคุมความเร็ว เพื่อควบคุมแรงดึงและจำนวนเกลียวให้เหมาะสม ช่วยให้เส้นไหมมีขนาดและคุณภาพสม่ำเสมอ พร้อมสำหรับนำไปฟอก ย้อม และทอเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
นวัตกรรมเครื่องสาวไหมและเครื่องตีเกลียวเส้นไหมได้นำไปใช้ในกระบวนการผลิตและเตรียมเส้นไหมของกลุ่มเกษตรกร ผู้สาวไหม และกลุ่มทอผ้าไหมในชุมชน ตั้งแต่การสาวเส้นไหมจากรังไหม การควบรวมเส้น การตีเกลียว และการกรอเก็บเส้นไหม เพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับการฟอก ย้อม และทอเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหม โดยผู้ใช้งานสามารถปรับความเร็วและรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับชนิดและขนาดของเส้นไหมได้
จุดมุ่งหมายสำคัญคือเพื่อทดแทนหรือลดข้อจำกัดของกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานสูง ใช้เวลานาน และทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความเมื่อยล้า รวมทั้งช่วยควบคุมคุณภาพเส้นไหมให้มีขนาด ความแน่น และจำนวนเกลียวสม่ำเสมอ สามารถผลิตเส้นไหมชั้นคุณภาพ A ตามมาตรฐาน มกษ. 8000
นวัตกรรมนี้ตอบสนองความต้องการของชุมชนในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดภาระและความเมื่อยล้าของแรงงาน เพิ่มปริมาณและคุณภาพของเส้นไหม ตลอดจนเพิ่มรายได้และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของกลุ่มผู้ผลิตไหมและวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
จุดเด่น
เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการผลิตไหมระดับครัวเรือนและวิสาหกิจชุมชน ใช้งานง่าย โครงสร้างแข็งแรง บำรุงรักษาได้ด้วยช่างในพื้นที่ ช่วยลดแรงงานและความเมื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงานได้ประมาณร้อยละ 60 ลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 2,498 บาทต่อคนต่อเดือน และช่วยเพิ่มรายได้แก่สมาชิกกลุ่มผู้ทอผ้าไหมเฉลี่ย 7,074 บาทต่อเดือน สามารถผลิตเส้นไหมชั้นคุณภาพ A ตามมาตรฐาน มกษ. 8000 ได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
เครื่องสาวไหมและเครื่องตีเกลียวเส้นไหมเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับสนับสนุนกระบวนการผลิตและเตรียมเส้นไหมในระดับครัวเรือนและกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหม โดยออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรง ใช้งานง่าย และเหมาะกับสรีระของผู้ปฏิบัติงาน เครื่องสามารถช่วยสาวเส้นไหมให้มีความสม่ำเสมอ และตีเกลียวเส้นไหมให้มีความแน่นและคุณภาพตามต้องการ ลดการพึ่งพาแรงงานคนและลดความเมื่อยล้าจากการทำงานแบบดั้งเดิม
ระบบการทำงานประกอบด้วยชุดส่งกำลัง ชุดล้อขับ ชุดเพลาและอุปกรณ์ม้วนเก็บเส้นไหม ซึ่งช่วยควบคุมความเร็วและความสม่ำเสมอของเส้นไหมระหว่างการผลิต สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งการสาวไหม การควบรวมเส้นไหม และการตีเกลียวเพื่อเตรียมเส้นไหมสำหรับการทอ ช่วยให้ได้เส้นไหมที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ลดการขาดหรือพันกันของเส้นไหม และสามารถผลิตเส้นไหมชั้นคุณภาพ A ตามมาตรฐาน มกษ. 8000
เครื่องมีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายและบำรุงรักษาได้ง่าย ใช้พลังงานต่ำ และสามารถใช้งานร่วมกับกระบวนการผลิตไหมของชุมชนได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานมากนัก จึงเหมาะสำหรับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม กลุ่มทอผ้าไหม วิสาหกิจชุมชน และศูนย์เรียนรู้ด้านหม่อนไหมที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพของเส้นไหมให้ได้มาตรฐาน
เงื่อนไขการใช้งาน
1. ผู้ใช้งานควรผ่านการแนะนำหรือฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนการสาวไหม การตีเกลียวเส้นไหม และการใช้งานเครื่องอย่างถูกต้อง
2. ต้องติดตั้งเครื่องบนพื้นเรียบ มั่นคง และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติงาน การวางรังไหม และการม้วนเก็บเส้นไหม
3. กรณีใช้ระบบไฟฟ้า ต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่เหมาะสมกับข้อกำหนดของเครื่อง พร้อมติดตั้งสายดินและอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว
4. ต้องเตรียมรังไหมหรือเส้นไหมดิบให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิต รวมทั้งควบคุมอุณหภูมิของน้ำสำหรับการต้มและสาวไหมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
5. ควรปรับความเร็ว แรงดึง และระดับการตีเกลียวให้เหมาะสมกับชนิด ขนาด และคุณภาพของเส้นไหม เพื่อป้องกันเส้นไหมขาด พันกัน หรือมีขนาดไม่สม่ำเสมอ
6. ผู้ใช้งานต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสชุดเฟือง สายพาน ล้อหมุน เพลา และส่วนที่เคลื่อนไหวขณะเครื่องกำลังทำงาน รวมทั้งไม่สวมเสื้อผ้าหลวมหรือเครื่องประดับที่อาจพันติดกับเครื่อง
7. หลังใช้งานควรทำความสะอาดเศษไหม ตรวจสอบชุดส่งกำลัง จุดหมุน สายไฟ และอุปกรณ์ม้วนเก็บเส้นไหมอย่างสม่ำเสมอ พร้อมบำรุงรักษาตามคู่มือ
8. ควรใช้งานภายในอาคารหรือพื้นที่ที่มีหลังคา อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความชื้นสูง ฝุ่นมาก หรือมีน้ำกระเด็นเข้าสู่ชุดมอเตอร์และระบบไฟฟ้า
9. เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับครัวเรือน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มทอผ้าไหม วิสาหกิจชุมชน และศูนย์เรียนรู้ด้านหม่อนไหม โดยควรมีผู้รับผิดชอบดูแลเครื่องและบันทึกผลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง