เครื่องมือ / เครื่องจักร รอตรวจสอบ

เครื่องผสมปุ๋ย

เครื่องผสมปุ๋ย

5 เข้าชม
0 สนใจ
อัปเดตล่าสุด 30/11/-0001
เครื่องผสมปุ๋ย
รายละเอียดนวัตกรรม
ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีสมองกลฝังตัวและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) สำหรับควบคุมการผสมและจ่ายสารละลายธาตุอาหารพืชแบบอัตโนมัติ โดยประยุกต์ใช้เซนเซอร์ตรวจวัดค่า pH ค่า EC อุณหภูมิน้ำ ระดับน้ำ และอัตราการไหล ร่วมกับปั๊มและวาล์วไฟฟ้า ระบบสามารถกำหนดสูตรและปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสมกับชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืช ตั้งเวลาทำงาน ควบคุมระยะไกล บันทึกข้อมูลบน Cloud Server และนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการแปลงปลูกอย่างแม่นยำ
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
นวัตกรรมนี้เคยนำไปติดตั้งและทดลองใช้งานจริงในฟาร์มและพื้นที่เกษตรของกลุ่มผู้ใช้งาน ได้แก่ แม่จ๊าดฟาร์ม จังหวัดเพชรบูรณ์ แปลงเกษตรอินทรีย์โคกสีสมาร์ทอินโนเทค จังหวัดขอนแก่น และวิสาหกิจชุมชนเกษตรไทสร้างสรรค์ จังหวัดชัยภูมิ โดยใช้สำหรับผสมปุ๋ยและสารละลายธาตุอาหารจากถังเก็บหลายชนิดตามสูตรที่กำหนด ควบคุมค่า pH และ EC และจ่ายสารละลายเข้าสู่ระบบน้ำหยดในแปลงปลูกหรือโรงเรือน ระบบสามารถสั่งงานที่หน้ากล่องควบคุม ตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ ควบคุมตามค่าจากเซนเซอร์ และสั่งงานระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ต พร้อมบันทึกข้อมูลและแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน
จุดมุ่งหมายของการใช้งานคือเพื่อลดภาระและความผิดพลาดจากการผสมปุ๋ยด้วยแรงงานคน เพิ่มความแม่นยำในการกำหนดปริมาณน้ำและธาตุอาหารให้เหมาะสมกับชนิดพืชและช่วงการเจริญเติบโต ลดการสูญเสียน้ำและปุ๋ย ตลอดจนยกระดับการบริหารจัดการแปลงปลูกให้เป็นระบบเกษตรอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ควบคุม และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้
ความต้องการหลักของผู้ใช้งาน ได้แก่ ระบบที่ใช้งานง่าย มีความแม่นยำและเสถียร สามารถปรับสูตรและรอบการให้น้ำ–ปุ๋ยได้ตามสภาพพื้นที่ รองรับการควบคุมหลายแปลงหรือหลายโรงเรือน สามารถตรวจสอบและสั่งงานจากระยะไกล มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ รวมถึงมีการอบรม การให้คำปรึกษา การซ่อมบำรุง และการอัปเกรดเฟิร์มแวร์อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน
จุดเด่น
สามารถผสมปุ๋ยและสารละลายธาตุอาหารจากถังเก็บอย่างน้อย 6 ชนิดได้โดยอัตโนมัติและแม่นยำ รองรับการทำงานทั้งแบบสั่งงานด้วยตนเอง ตั้งเวลา ควบคุมตามค่าจากเซนเซอร์ และควบคุมผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถตั้งรอบการให้น้ำและปุ๋ยได้สูงสุด 20 รอบต่อวัน ควบคุมวาล์วได้หลายแปลง ตรวจสอบค่า pH และ EC แบบทันที บันทึกและเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ พร้อมแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยลดแรงงาน ลดความผิดพลาดในการผสมปุ๋ย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและธาตุอาหารพืช
รายละเอียดเพิ่มเติม

ชุดผสมปุ๋ยกับสารละลายเข้าระบบจ่ายน้ำปลูกพืช เป็นเทคโนโลยีสำหรับผสมและจ่ายสารละลายธาตุอาหารพืชเข้าสู่ระบบให้น้ำอย่างอัตโนมัติ โดยใช้กล่องควบคุมสมองกลฝังตัวร่วมกับเซนเซอร์ตรวจวัดค่าที่สำคัญ ได้แก่ ค่า pH ค่าการนำไฟฟ้า (EC) อุณหภูมิน้ำ ระดับน้ำ และอัตราการไหลของน้ำเข้า–ออกจากบ่อผสม ระบบสามารถคำนวณและควบคุมปริมาณสารละลายจากถังธาตุอาหารอย่างน้อย 6 ถัง ให้ผสมกับน้ำสะอาดตามสูตรที่ผู้ใช้งานกำหนด เพื่อให้เหมาะสมกับชนิดพืช อายุพืช และพื้นที่เพาะปลูกแต่ละแปลงหรือโรงเรือน

ระบบรองรับการทำงานทั้งแบบสั่งงานด้วยสวิตช์หรือหน้าจอสัมผัส การตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ การควบคุมตามค่าป้อนกลับจากเซนเซอร์ และการควบคุมระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ สามารถตั้งรอบการให้น้ำและปุ๋ยได้สูงสุด 20 รอบต่อวัน ควบคุมวาล์วไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 1–12 จุด และเชื่อมต่อกับระบบน้ำหยดในแปลงปลูกได้หลายโซน ข้อมูลการทำงานจะถูกบันทึกไว้บน Cloud Server และ Google Sheets สามารถเรียกดูย้อนหลัง แสดงผลเป็นกราฟ ส่งออกเป็นไฟล์ CSV และแจ้งเตือนสถานะการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน Line

เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ที่ต้องการลดการใช้แรงงาน เพิ่มความแม่นยำในการผสมปุ๋ยและให้น้ำ ลดความคลาดเคลื่อนจากการปฏิบัติงานด้วยคน และบริหารจัดการการเพาะปลูกได้อย่างเป็นระบบ โดยสามารถประยุกต์ใช้กับแปลงผัก โรงเรือนเกษตร ระบบน้ำหยด และการปลูกพืชที่ต้องควบคุมปริมาณธาตุอาหารอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ระบบยังออกแบบให้ติดตั้ง ดูแล ซ่อมบำรุง และอัปเกรดเฟิร์มแวร์ได้ จึงเหมาะกับแนวทางเกษตรอัจฉริยะและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในระดับชุมชน

เงื่อนไขการใช้งาน
1. ต้องมีแหล่งน้ำสะอาดที่เพียงพอต่อการผสมสารละลายและการจ่ายน้ำเข้าสู่แปลงปลูก โดยควรผ่านการกรองเบื้องต้นเพื่อลดตะกอนหรือสิ่งสกปรกที่อาจทำให้ปั๊ม วาล์วไฟฟ้า หัวน้ำหยด และเซนเซอร์อุดตัน
2. ต้องมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ ได้แก่ ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ หรือระบบไฟฟ้ากระแสตรง 12–24 โวลต์ ตามประเภทของปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์ควบคุมที่ติดตั้ง ทั้งนี้ ควรมีระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ไฟกระชาก และกระแสไฟฟ้ารั่ว
3. พื้นที่ติดตั้งบ่อผสมและบ่อเก็บสารละลายต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และสามารถรองรับน้ำหนักของถังหรือบ่อขนาดประมาณ 500–5,000 ลิตรได้ ควรติดตั้งบนพื้นราบ อยู่ใกล้แหล่งน้ำ แหล่งจ่ายไฟ และระบบท่อจ่ายน้ำเข้าสู่แปลงปลูก
4. ต้องจัดเตรียมถังเก็บสารละลายธาตุอาหารพืชอย่างน้อย 6 ถัง โดยแต่ละถังมีปริมาตรประมาณ 40 ลิตร และต้องแยกเก็บสารละลายแต่ละชนิดอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการตกตะกอนหรือปฏิกิริยาทางเคมีจากการผสมสารละลายเข้มข้นโดยตรง
5. ผู้ใช้งานต้องกำหนดสูตร ปริมาณ และช่วงเวลาการให้สารละลายให้เหมาะสมกับชนิดพืช อายุพืช ระยะการเจริญเติบโต สภาพแวดล้อม และขนาดพื้นที่เพาะปลูก โดยควรตรวจสอบค่า pH และค่า EC ให้เป็นไปตามความต้องการของพืชแต่ละชนิดก่อนจ่ายเข้าสู่แปลง
6. การใช้งานระบบควบคุมและติดตามข้อมูลระยะไกลต้องมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi หรือเราเตอร์ที่ใช้ซิมการ์ด 3G/4G ครอบคลุมบริเวณติดตั้ง เพื่อให้สามารถควบคุมระบบ ส่งข้อมูลขึ้น Cloud Server เรียกดูข้อมูลย้อนหลัง และรับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันได้
7. ก่อนเริ่มใช้งานต้องสอบเทียบเซนเซอร์ตรวจวัดค่า pH ค่า EC อัตราการไหล อุณหภูมิน้ำ และระดับน้ำให้ถูกต้อง รวมทั้งตรวจสอบทิศทางการไหล การทำงานของปั๊ม วาล์วไฟฟ้า และระบบท่อทุกจุด
8. ผู้ใช้งานควรผ่านการอบรมเกี่ยวกับการติดตั้ง การตั้งค่าสูตรผสม การกำหนดรอบการให้น้ำและปุ๋ย การใช้งานแอปพลิเคชัน การตรวจสอบข้อมูล การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และวิธีปฏิบัติเมื่อระบบอินเทอร์เน็ตหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง
9. ต้องทำความสะอาดบ่อผสม ถังเก็บสารละลาย ตัวกรองน้ำ ท่อจ่ายน้ำ และหัวน้ำหยดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมตรวจสอบและสอบเทียบเซนเซอร์ตามระยะ เพื่อรักษาความแม่นยำและป้องกันการสะสมของตะกอน เกลือแร่ และสิ่งสกปรก
10. ควรติดตั้งกล่องควบคุม อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์สื่อสารในบริเวณที่มีหลังคาหรือวัสดุป้องกันแดด ฝน ความชื้น และสัตว์รบกวน รวมทั้งจัดเก็บสารละลายธาตุอาหารและสารเคมีในพื้นที่ปลอดภัย ห่างจากเด็ก อาหาร และแหล่งน้ำสาธารณะ
11. ก่อนเปิดใช้งานโหมดอัตโนมัติหรือควบคุมระยะไกล ควรทดลองระบบในโหมดควบคุมด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบว่าปริมาณน้ำและสารละลายที่จ่ายจริงสอดคล้องกับค่าที่กำหนด และไม่มีการรั่วซึมหรือการอุดตันในระบบ
12. ในกรณีที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ระบบควรสามารถใช้งานผ่านสวิตช์หรือหน้าจอที่กล่องควบคุมได้ และควรมีแผนสำรองสำหรับการให้น้ำและปุ๋ยด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพืชที่เพาะปลูก
ปัญหาและประโยชน์ (Pain & Gain)
ปัญหา (Pain Points)
  • ใช้แรงงานและเวลาในการผสมปุ๋ยและให้น้ำสูง สำคัญ
    เกษตรกรต้องผสมสารละลายและเปิด–ปิดระบบน้ำด้วยตนเองหลายครั้งต่อวัน ทำให้ใช้แรงงานมากและควบคุมเวลาได้ยาก
ประโยชน์ (Gain Points)
  • ลดแรงงานและเพิ่มความสะดวกในการจัดการแปลง สูง
    ระบบผสมและจ่ายสารละลายอัตโนมัติตามเวลาหรือค่าจากเซนเซอร์ ช่วยลดภาระงานประจำของเกษตรกร
กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
ภาคประชาชน/สังคม
เกษตรกรรายย่อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ และวิสาหกิจชุมชนที่ปลูกพืชด้วยระบบน้ำหยดหรือปลูกพืชในโรงเรือน และต้องการลดแรงงานในการผสมปุ๋ยและให้น้ำ
ประวัติการได้รับทุนสนับสนุน
ปีงบฯ ชื่อแหล่งทุน ประเภท
พิกัดแผนที่
กำลังโหลดแผนที่...
พิกัด:
ผลลัพธ์และผลกระทบเชิงประจักษ์
ROI (Economic)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
SROI (Social)
ตัวชี้วัด:
ปริมาณ:
ผลลัพธ์ (Outcomes)
  • พื้นที่เกษตรที่ติดตั้งและนำระบบผสมปุ๋ยและสารละลายไปใช้งานจริง 3.00 แห่ง
ผลกระทบ (Impacts)
  • ฟาร์มและกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการยกระดับการจัดการน้ำและธาตุอาหารสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ 3.00 แห่ง