ความรู้ / เทคโนโลยี
เทคโนโลยีการออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรสำหรับหั่น–สับวัสดุทางการเกษตร โดยใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้าเป็นต้นกำลัง ร่วมกับชุดใบมีด 2 รูปแบบที่สามารถถอดเปลี่ยนและปรับระยะความหนาของชิ้นวัสดุได้ตามชนิดของวัตถุดิบ ตัวเครื่องประกอบด้วยช่องป้อนวัตถุดิบ ชุดหั่น–สับ ท่อทางออก คันปรับระดับ และโครงสร้างติดล้อสำหรับเคลื่อนย้าย สามารถประยุกต์ใช้กับฟางข้าว กล้วย ยอดกระถิน ใบมันสำปะหลัง หญ้าอาหารสัตว์ กิ่งไม้ และพืชหัวสมุนไพร เหมาะสำหรับการเตรียมอาหารสัตว์ วัสดุเพาะเห็ด ปุ๋ยหมัก และวัตถุดิบแปรรูปทางการเกษตร
ที่มา / จุดมุ่งหมาย / ความต้องการ
ได้นำเครื่องหั่น–สับวัสดุทางการเกษตรไปใช้งานจริงกับกลุ่มเพาะเห็ดตำบลศรีละกอ อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้สำหรับหั่นและสับวัสดุทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว กล้วย ยอดกระถิน ใบมันสำปะหลัง หญ้า กิ่งไม้ และพืชหัวสมุนไพร เพื่อนำไปเตรียมเป็นวัตถุดิบสำหรับการเพาะเห็ด การผลิตอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยหมัก และการแปรรูปวัสดุทางการเกษตรในระดับชุมชน
จุดมุ่งหมายของการใช้งาน คือ ลดภาระและระยะเวลาในการหั่น–สับวัสดุด้วยแรงงานคน เพิ่มกำลังการผลิตให้รองรับวัตถุดิบในปริมาณมาก ทำให้ได้ขนาดชิ้นวัสดุที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ รวมทั้งช่วยให้กลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความต้องการของผู้ใช้งาน คือ ต้องการเครื่องจักรที่ใช้งานง่าย ปลอดภัย เคลื่อนย้ายสะดวก ปรับความหนาของวัสดุได้ รองรับวัตถุดิบหลายชนิด ใช้แรงงานน้อย ทำงานได้ต่อเนื่อง และสามารถถอดทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาได้ง่าย โดยมีคู่มือการใช้งานและการประสานงานสนับสนุนจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีหรือผู้นำชุมชนเมื่อเกิดปัญหาในการใช้งาน
จุดเด่น
สามารถหั่นและสับวัสดุทางการเกษตรได้หลากหลายชนิด พร้อมปรับระดับความหนาของชิ้นวัสดุได้ตามความต้องการ มีใบมีด 2 รูปแบบให้เลือกใช้ตามลักษณะของวัตถุดิบ ใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า ทำงานได้รวดเร็วและต่อเนื่องประมาณ 5 ชั่วโมง มีกำลังการผลิตประมาณ 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ใช้แรงงานเพียง 1–2 คน ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ปลอดภัย ติดตั้งล้อ 4 ล้อจึงเคลื่อนย้ายสะดวก และสามารถถอดฝาครอบเพื่อทำความสะอาดได้ง่ายด้วยแปรงปัดเศษวัสดุ
รายละเอียดเพิ่มเติม
เครื่องหั่น–สับวัสดุทางการเกษตร เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับลดขั้นตอนและแรงงานในการเตรียมวัตถุดิบทางการเกษตร โดยตัวเครื่องมีลักษณะเป็นโครงทรงยาว ตรงกลางติดตั้งชุดหั่นและสับ พร้อมช่องป้อนวัตถุดิบและท่อทางออกสำหรับวัสดุที่ผ่านการแปรรูปแล้ว สามารถใช้หั่นหรือสับวัสดุได้หลายชนิด เช่น ฟางข้าว กล้วย ยอดกระถิน ใบมันสำปะหลัง หญ้าอาหารสัตว์ กิ่งไม้ และพืชหัวสมุนไพร
ตัวเครื่องติดตั้งใบมีด 2 รูปแบบ ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนและปรับระยะให้เหมาะสมกับชนิดและขนาดของวัตถุดิบ มีคันโยกด้านข้างสำหรับปรับระดับความหนาของชิ้นวัสดุได้ตามความต้องการ โดยแยกชุดปรับออกจากบริเวณใบมีดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า ติดตั้งบริเวณด้านล่างของโครงเครื่อง สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องประมาณ 5 ชั่วโมง และมีกำลังการผลิตประมาณ 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมงหรือมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและสภาพของวัตถุดิบ
โครงสร้างเครื่องมีความแข็งแรง ทนทาน และติดตั้งล้อจำนวน 4 ล้อ ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ใช้ผู้ปฏิบัติงานเพียง 1–2 คน ฝาครอบชุดใบมีดสามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้ง่าย โดยใช้แปรงปัดเศษวัสดุและฝุ่นที่ตกค้าง จึงเหมาะสำหรับกลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนเกษตรกรที่ต้องการแปรรูปวัสดุทางการเกษตรหรือเตรียมวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ปุ๋ยหมัก วัสดุเพาะเห็ด และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ
เงื่อนไขการใช้งาน
การใช้งานเครื่องหั่น–สับวัสดุทางการเกษตร ควรติดตั้งเครื่องบนพื้นเรียบ แข็งแรง และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการป้อนวัตถุดิบและรองรับวัสดุที่ผ่านการหั่นหรือสับแล้ว ต้องมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมกับมอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า พร้อมระบบสายดินและอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ผู้ใช้งานควรตรวจสอบความพร้อมของมอเตอร์ สายพาน ใบมีด ฝาครอบ คันปรับระดับ และจุดยึดต่าง ๆ ก่อนเริ่มใช้งานทุกครั้ง
วัตถุดิบที่นำเข้าเครื่องควรมีขนาดและความแข็งเหมาะสมกับชนิดของใบมีด โดยต้องนำหิน โลหะ ลวด เชือก หรือสิ่งแปลกปลอมออกก่อน เพื่อป้องกันใบมีดเสียหายและลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน ควรเลือกและติดตั้งใบมีดให้เหมาะกับประเภทของวัสดุ พร้อมปรับระดับความหนาก่อนเปิดเครื่อง และไม่ควรปรับระยะใบมีดหรือเปิดฝาครอบขณะที่เครื่องกำลังทำงาน การป้อนวัตถุดิบควรทำอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสม ไม่อัดหรือดันวัตถุดิบเข้าเครื่องมากเกินไป และห้ามใช้มือสอดเข้าไปในช่องป้อนหรือช่องทางออกโดยตรง
ควรมีผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อย 1–2 คนที่ผ่านการศึกษาคู่มือหรือได้รับการแนะนำวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง ผู้ใช้งานต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือที่กระชับ แว่นตานิรภัย หน้ากากกันฝุ่น และรองเท้าหุ้มส้น รวมทั้งหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าหลวม เครื่องประดับ หรือสิ่งที่อาจพันเข้ากับชิ้นส่วนหมุนของเครื่อง ระหว่างใช้งานควรควบคุมไม่ให้เด็กหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้พื้นที่ปฏิบัติงาน
หลังใช้งานต้องปิดเครื่อง ตัดกระแสไฟฟ้า และรอให้ใบมีดหยุดหมุนสนิทก่อนเปิดฝาครอบหรือทำความสะอาด สามารถใช้แปรงปัดเศษวัสดุและฝุ่นที่ตกค้างออกจากชุดใบมีดและช่องทางต่าง ๆ โดยหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำเข้าสู่มอเตอร์หรือระบบไฟฟ้า ควรตรวจสอบความคมและความแน่นของใบมีด หล่อลื่นชิ้นส่วนที่จำเป็น และบำรุงรักษาตามระยะ เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานยาวนาน