ชื่อหัวหน้าศูนย์: รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดี
หน่วยงาน: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
ปีที่เริ่มดำเนินการ (พ.ศ.): 2568
ที่ตั้ง / หมายเหตุ: ตลาดโอกาสดี@คลองเขื่อน
เป้าหมาย
ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHubเป้าหมายหลัก คือการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นเครื่องมือหลัก ผ่านเป้าหมายเชิงปริมาณที่ชัดเจน ดังนี้
1. ด้านรายได้และเศรษฐกิจ
1.1 ยกระดับรายได้ครัวเรือนเป้าหมาย 50 ครัวเรือน ให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000 บาทต่อเดือน หรือ 60,000 บาทต่อปี
1.2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 15-20% และลดต้นทุนการผลิต 20%
1.3 มีผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 30 ผลิตภัณฑ์
2. ด้านการพัฒนาคน
2.1 พัฒนานวัตกรชุมชนและพี่เลี้ยงท้องถิ่น 100 ราย ให้สามารถถ่ายทอดและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีได้เอง
2.2 พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น 40 ราย สู่การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise)
3. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
3.1 จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีชุมชน O Kart D EcoHub ให้ดำเนินการจริงในรูปแบบ Hybrid ทั้งพื้นที่จริงและออนไลน์
3.2 มีเทคโนโลยีพร้อมใช้ที่ผ่านการพัฒนาจาก TRL 3-4 สู่ระดับพร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์ อย่างน้อย 10 รายการ
3.3 สร้างเครือข่ายภาคีความร่วมมือ (Ecosystem Partners) ไม่น้อยกว่า 10 หน่วยงาน
3.4 เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่จังหวัดอื่นได้อย่างน้อย 10 จังหวัดภายใน 3 ปี
พันธกิจ
ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub
1. ถ่ายทอดและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม
เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ใน 5 กลุ่มหลัก ผ่านกระบวนการออกแบบร่วมกับชุมชน (Co-design) และการทดสอบในสถานประกอบการจริง (Real-case Testing) เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่ใช้ต้นทุนต่ำ ดูแลรักษาง่าย และตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของชุมชน
2. พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ
บ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการตามกรอบ SE Development Framework 5 ระดับ ตั้งแต่การลงทุนทั่วไปไปจนถึงการเป็นธุรกิจเพื่อสังคมเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมีทิศทางและวัดผลได้
3. เชื่อมโยงตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจ
ทำหน้าที่เป็น "โซ่ข้อกลาง" เชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นกับตลาดขนาดใหญ่ผ่านพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ CJ Express Group, Carabao Group และตลาดโอกาสดี ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์
4. สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมชุมชนแบบจตุรภาคี
บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และชุมชน ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบ RAISE Platform เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
5. สร้างความยั่งยืนด้วยตนเอง
พัฒนาโมเดลการบริหารจัดการที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้ (Self-sustaining) จากค่าบริการและค่าเช่าเครื่องมือ พร้อมพัฒนาระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่นและ Digital Platform เพื่อให้ความรู้และนวัตกรรมสามารถขยายผลต่อได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ประเภทการให้บริการ
1. บริการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี
ศูนย์ให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ด้านเกษตรและอาหาร
2. บริการให้คำปรึกษาและ Coaching
ศูนย์จัดระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่น (Local Tech Mentor) จำนวน 100 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกอบรมมาอย่างเข้มข้น ให้คำปรึกษาและติดตามความก้าวหน้าของผู้ประกอบการรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิคการผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริหารต้นทุน การวางแผนการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาสู่ธุรกิจเพื่อสังคม นอกจากนี้ยังมีการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้าน ESG และ CSR สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับสู่ SE Framework ในระดับที่สูงขึ้น
3. บริการห้องปฏิบัติการและพื้นที่ทดลองผลิต
ศูนย์มีห้องปฏิบัติการและเครื่องมือพร้อมใช้สำหรับการทดลองผลิต ทดสอบคุณภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าใช้พื้นที่และอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องลงทุนเองในระยะแรก บริการนี้ครอบคลุมการทดสอบเทคโนโลยีในสถานประกอบการจริง (Real-case Testing) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อวัดประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก่อนนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์
4. บริการเชื่อมโยงตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจ
ศูนย์ทำหน้าที่เป็น "โซ่ข้อกลาง" เชื่อมผู้ประกอบการกับตลาดที่มีศักยภาพผ่านพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง ได้แก่ CJ Express Group สำหรับช่องทางโลจิสติกส์และกระจายสินค้าทั่วประเทศ Carabao Group สำหรับการตลาดและการสร้างแบรนด์ และตลาดโอกาสดีสำหรับการจำหน่ายสินค้าชุมชนคุณภาพในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนการขายผ่านช่องทางออนไลน์และ e-Commerce เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
5. บริการบ่มเพาะและพัฒนาสู่ธุรกิจเพื่อสังคม (SE Incubation)
ศูนย์ให้บริการประเมินและพัฒนาผู้ประกอบการตามกรอบ SE Development Framework อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมิน SE Baseline จนถึงการบ่มเพาะตามระดับความพร้อม 5 ระดับ โดยแต่ละระดับมีหลักสูตรและกิจกรรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ครอบคลุมทักษะด้าน Financial Literacy การออกแบบ Impact Business Model การวัดผลกระทบทางสังคม (Social Return on Investment) ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อสังคม (Impact Investment)
6. บริการ Digital Platform และคลังความรู้ออนไลน์
ศูนย์พัฒนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี คู่มือการใช้งาน วิดีโอสาธิต แนวปฏิบัติที่ดี และกรณีศึกษาความสำเร็จ (Case Studies) ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขอคำปรึกษา และเชื่อมต่อกับเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นๆ ได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน
การสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด
นวัตกรรมพร้อมใช้