โปรไฟล์ศูนย์

“ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต (O Kart D EcoHub)”

"O Kart D EcoHub — นวัตกรรมเพื่อชุมชน โอกาสดีเพื่อทุกคน"

เทคโนโลยี / นวัตกรรมที่ศูนย์ให้บริการ
รายการเทคโนโลยีของศูนย์
กระบวนการปรับแต่งและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม (RAISE Platform)
กระบวนการปรับแต่งและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม (RAISE Platform)
RAISE Platform เป็นนวัตกรรมกระบวนการที่ออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น
ผู้ประกอบการเพื่อสังคม, เทคโนโลยีที่เหมาะสม, นวัตกรรมพร้อมใช้, RAISE Platform, SE Development Framework, ศูนย์เทคโนโลยีชุมชน, เศรษฐกิจฐานราก, ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน, SE

1. Co-design ไม่ใช่การยัดเยียดเทคโนโลยี
ผู้ใช้เข้ามาร่วมตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์ปัญหาและสร้าง User Profile ไม่ใช่เข้ามารับมอบเครื่องจักรในขั้นปลาย ผลคือเทคโนโลยีที่ได้ใช้วัสดุท้องถิ่นราคาประหยัด ตัดฟังก์ชันซับซ้อนที่ไม่จำเป็นออก และชุมชนดูแลบำรุงรักษาซ่อมแซมได้เอง ซึ่งเป็นคำตอบต่อปัญหาคลาสสิกของโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เครื่องจักรถูกทิ้งร้างหลังจบทุน

2. ระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่น (Local Tech Mentor) 100 ราย
สร้างคนในพื้นที่ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถ่ายทอดความรู้ต่อได้เอง ควบคู่กับทีมซ่อมบำรุงชุมชนและเครือข่ายอะไหล่ในพื้นที่ ทำให้ความรู้ไม่ผูกติดกับนักวิจัยและอยู่ต่อได้หลังสิ้นสุดโครงการ

3. ภาคเอกชนร่วมจริง ไม่ใช่ CSR ฉาบฉวย
เข้ามาในฐานะคู่ค้าที่รับซื้อและร่วมพัฒนา Co-branding พร้อมช่องทางกระจายสินค้า Modern Trade ระดับประเทศ การมีตลาดปลายน้ำที่แน่นอนตั้งแต่ต้นทำให้แรงจูงใจในการยกระดับมาตรฐานเป็นเรื่องเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การทำตามเงื่อนไขทุนวิจัย

4. Learning and Innovation Platform (LIP)
ศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้แบบผสมผสาน มีทั้งห้องปฏิบัติการจริงและระบบออนไลน์ Digital Repository พร้อมคู่มือ วิดีโอสาธิต และระบบ QR Code สำหรับการซ่อมบำรุง ให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

5. มุ่งเป้าที่ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างชัดเจน (SE Focus)
มีกรอบวัดผลเป็นระดับที่จับต้องได้ตั้งแต่ Level 1 ถึง Level 5 พร้อมเครื่องมือประเมิน Social Impact Assessment และ Dashboard แบบ Real-time ทำให้ "ความเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม" กลายเป็นตัวชี้วัดที่ติดตามได้ ไม่ใช่คำขวัญ

6. โมเดลการเงินแบบ Cross-subsidy
ศูนย์ฯ เก็บค่าบริการเชิงพาณิชย์จาก SMEs และโรงงานในพื้นที่ EEC เพื่ออุดหนุนบริการแก่ครัวเรือนยากจนในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ศูนย์ฯ เลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณรัฐเพียงอย่างเดียวในระยะยาว และเป็นการเปลี่ยน "ความเหลื่อมล้ำระหว่างอุตสาหกรรม EEC กับเศรษฐกิจฐานราก" จากปัญหาให้กลายเป็นกลไกทางการเงิน

7. Shared Lab ที่ลดความเสี่ยงในการลงทุน
กลุ่มเป้าหมายทดลองสูตรและทดลองตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรราคาแพงในระยะเริ่มต้น ซึ่งตอบโจทย์ pain point ข้อ 2.4 ของรายงานโดยตรง คือความเสี่ยงทางการเงินสูงในช่วงบ่มเพาะ

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
เครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้า
RIEW STORY, เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้า "RIEW STORY" ไม่ใช่เพียงแค่ตราสัญลักษณ์สินค้า แต่เป็นผลผลิตรูปธรรมที่เกิดจาก กลไกการสร้างแบรนด์ชุมชน ภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยมีรายละเอียดการขับเคลื่อนแบรนด์ผ่านความร่วมมือ ดังนี้


1. บทบาทของศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี (The Enabler)
ศูนย์ O Kart D EcoHub ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเปลี่ยน "สินค้าพื้นบ้าน" ให้เป็น "แบรนด์มาตรฐาน
2.การทดลองผลิตและควบคุมคุณภาพ: ศูนย์สนับสนุนห้องปฏิบัติการและพื้นที่ทดลองผลิต (Real-case Testing) ทำให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ RIEW STORY
3.การบ่มเพาะเชิงลึก: ใช้กรอบ SE Development Framework ในการพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อให้แบรนด์มีโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม (Social Enterprise)

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
เครื่องหมายการค้า ปังกรอบกุ้งทอง
เครื่องหมายการค้า ปังกรอบกุ้งทอง
"ปังกรอบกุ้งทอง" คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวประเภท ขนมปังกรอบปรุงรส (จำพวก 30) ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่าง "กุ้งฝอย" เข้ากับขนมปังเนยกระเทียมหนึบ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยกระดับมาตรฐานการผลิตและนวัตกรรมอาหารจาก ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เพื่อสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบในจังหวัดฉะเชิงเทรา
เครื่องหมายการค้า, ของฝาก, กุ้ง, ขนม

1. เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื่นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงของศูนย์ฯ
2. มูลค่าการจำหน่ายสินค้าภายใต้ เครื่องหมายการค้านี้ ร้อยละ15 จะนำส่งศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
เครื่องหมายการค้า ส่งสุขฉะเชิงเทรา
เครื่องหมายการค้า ส่งสุขฉะเชิงเทรา
"ส่งสุขฉะเชิงเทรา" คือเครื่องหมายการค้าที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของ ชุดของฝากและของขวัญ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้สัญลักษณ์รูปเด็กหญิง (Nong Song Suk) ในบรรยากาศที่สื่อถึงวิถีชีวิตและผลิตผลท้องถิ่น โดยเน้นการส่งมอบความรู้สึกดี ๆ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งได้รับการบ่มเพาะและพัฒนาจาก ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
ส่งสุขฉะเชิงเทรา, เครื่องหมายการค้า, ของฝาก

1. เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื่นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงของศูนย์ฯ
2. มูลค่าการจำหน่ายสินค้าภายใต้ เครื่องหมายการค้านี้ ร้อยละ15 จะนำส่งศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub
3. สินค้าที่เข้าร่วมตราสินค้านี้ ต้องเป็นสินค้าที่ได้มาตราฐาน มีคุณภาพ

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
น้ำตบบำรุงผิวหน้าจากน้ำสกัดใบขลู่
น้ำตบบำรุงผิวหน้าจากน้ำสกัดใบขลู่
น้ำตบบำรุงผิวหน้าที่มีน้ำไฮโดรซอลจากใบขลู่
น้ำตบ, ขลู่

เงื่อนไข
ผู้ประกอบการต้องมีเครื่องกลั่นไฟฟ้า หรือเครื่องกลั่นในลักษณะอื่นๆเพื่อให้ได้น้ำไฮโดรซอลของสมุนไพร

จุดเด่น
1. การใช้ "น้ำไฮโดรซอลเข้มข้น" เป็นเบสหลัก (Hydrosol-based)
แทนที่น้ำบริสุทธิ์: โดยปกติเครื่องสำอางทั่วไปจะใช้น้ำกลั่น (DI Water) เป็นส่วนประกอบหลักร้อยละ 90 ขึ้นไป แต่ตำรับนี้ใช้ น้ำไฮโดรซอลจากใบขลู่เข้มข้นถึง 97.15% ทำให้ทุกหยดของผลิตภัณฑ์อัดแน่นไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติโดยแท้จริง
ความเข้มข้นสูงพิเศษ: มีการควบคุมการเก็บน้ำกลั่นเฉพาะ "ส่วนต้น" (เพียงร้อยละ 16.6 ของปริมาตรน้ำเริ่มต้น) เพื่อให้ได้สารสำคัญที่เข้มข้นกว่าการกลั่นปกติ

2. เทคนิคการสกัดที่รักษาคุณค่าสารสำคัญ
Maceration-assisted Steam Distillation: เป็นการรวมเทคนิคการแช่หมักเข้ากับการกลั่นด้วยไอน้ำ ซึ่งช่วยดึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพออกมาได้ดีขึ้น
ถนอมสารที่ไวต่อความร้อน: การใช้น้ำไฮโดรซอลช่วยลดปัญหาการเสื่อมสลายของสารสำคัญบางกลุ่ม (เช่น ฟลาโวนอยด์) ที่มักจะสูญเสียไปเมื่อใช้การต้มน้ำร้อนหรือการใช้ตัวทำละลายรุนแรง

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
เซรั่มบำรุงผิวหน้าจากน้ำสกัดใบขลู่
เซรั่มบำรุงผิวหน้าจากน้ำสกัดใบขลู่
เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีน้ำไฮโดรซอลจากใบขลู่
เซรั่ม, ขลู่, เครื่องสำอาง

เงื่อนไข
ผู้ประกอบการต้องมีเครื่องกลั่นไฟฟ้า หรือเครื่องกลั่นในลักษณะอื่นๆเพื่อให้ได้น้ำไฮโดรซอลของสมุนไพร

จุดเด่น
1. การใช้ "น้ำไฮโดรซอลเข้มข้น" เป็นเบสหลัก (Hydrosol-based)
แทนที่น้ำบริสุทธิ์: โดยปกติเครื่องสำอางทั่วไปจะใช้น้ำกลั่น (DI Water) เป็นส่วนประกอบหลักร้อยละ 90 ขึ้นไป แต่ตำรับนี้ใช้ น้ำไฮโดรซอลจากใบขลู่เข้มข้นถึง 97.15% ทำให้ทุกหยดของผลิตภัณฑ์อัดแน่นไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติโดยแท้จริง
ความเข้มข้นสูงพิเศษ: มีการควบคุมการเก็บน้ำกลั่นเฉพาะ "ส่วนต้น" (เพียงร้อยละ 16.6 ของปริมาตรน้ำเริ่มต้น) เพื่อให้ได้สารสำคัญที่เข้มข้นกว่าการกลั่นปกติ

2. เทคนิคการสกัดที่รักษาคุณค่าสารสำคัญ
Maceration-assisted Steam Distillation: เป็นการรวมเทคนิคการแช่หมักเข้ากับการกลั่นด้วยไอน้ำ ซึ่งช่วยดึงสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพออกมาได้ดีขึ้น
ถนอมสารที่ไวต่อความร้อน: การใช้น้ำไฮโดรซอลช่วยลดปัญหาการเสื่อมสลายของสารสำคัญบางกลุ่ม (เช่น ฟลาโวนอยด์) ที่มักจะสูญเสียไปเมื่อใช้การต้มน้ำร้อนหรือการใช้ตัวทำละลายรุนแรง

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
เครื่องตากแบบผสมพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับไฟฟ้า
เครื่องตากแบบผสมพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับไฟฟ้า
เครื่องตากแบบผสมพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับไฟฟ้า
เครื่องตากแบบผสมพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับไฟฟ้า

1. สามารถแก้ปัญหาการตากผลิตภัณฑ์ได้ในช่วงเวลาที่ไม่มีแดด โดยอาศัยพลังงานไฟฟ้าเสริม
2. สามารถตากผลิตภัณฑ์ได้สม่ำเสมอโดยสามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้ได้

ราคาขายเทคโนโลยี/บริการ: 0.00 บาท
ดูรายละเอียดเทคโนโลยี
ข่าวสารและกิจกรรมของศูนย์
กิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

ยังไม่มีกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น

กิจกรรมที่ผ่านมาแล้ว

ยังไม่มีกิจกรรมที่ผ่านมา

โครงสร้างองค์กรของศูนย์
# ชื่อบุคลากร ตำแหน่งในศูนย์ ติดต่อ
1
นรากร ศรีสุข
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นักวิจัย
ตำแหน่งบริหาร
narakorn.sri@mail.rru.ac.th
0942925639
ถ่ายทอดเทคโนโลยี และบริหารจัดการศูนย์
2
รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา
คณะวิทยาศาสตร์
หัวหน้าศูนย์
ตำแหน่งบริหาร
daungpornpupaka@gmail.com
0894999015
บริหารจัดการศูนย์
3
นางสาวพรทิพย์ อ้นเกษม
ครุศาสตร์
นักวิจัย
ตำแหน่งบริหาร
prornnaruktip@gmail.com
0629659953
ถ่ายทอดเทคโนโลยี
4
ครรชิต มาระโภชน์
คณะวิทยาการจัดการ
นักวิจัย
ตำแหน่งบริหาร
khanchit.mar@rru.ac.th
0819833783
ข้อมูลทั่วไปและการติดต่อศูนย์
ชื่อหัวหน้าศูนย์: รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดี
หน่วยงาน: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
ปีที่เริ่มดำเนินการ (พ.ศ.): 2568
ที่ตั้ง / หมายเหตุ: ตลาดโอกาสดี@คลองเขื่อน

เป้าหมาย
ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHubเป้าหมายหลัก คือการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นเครื่องมือหลัก ผ่านเป้าหมายเชิงปริมาณที่ชัดเจน ดังนี้
1. ด้านรายได้และเศรษฐกิจ
1.1 ยกระดับรายได้ครัวเรือนเป้าหมาย 50 ครัวเรือน ให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000 บาทต่อเดือน หรือ 60,000 บาทต่อปี
1.2 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 15-20% และลดต้นทุนการผลิต 20%
1.3 มีผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 30 ผลิตภัณฑ์

2. ด้านการพัฒนาคน
2.1 พัฒนานวัตกรชุมชนและพี่เลี้ยงท้องถิ่น 100 ราย ให้สามารถถ่ายทอดและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีได้เอง
2.2 พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น 40 ราย สู่การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise)

3. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
3.1 จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีชุมชน O Kart D EcoHub ให้ดำเนินการจริงในรูปแบบ Hybrid ทั้งพื้นที่จริงและออนไลน์
3.2 มีเทคโนโลยีพร้อมใช้ที่ผ่านการพัฒนาจาก TRL 3-4 สู่ระดับพร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์ อย่างน้อย 10 รายการ
3.3 สร้างเครือข่ายภาคีความร่วมมือ (Ecosystem Partners) ไม่น้อยกว่า 10 หน่วยงาน
3.4 เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่จังหวัดอื่นได้อย่างน้อย 10 จังหวัดภายใน 3 ปี
พันธกิจ
ศูนย์เทคโนโลยีชุมชนแห่งอนาคต O Kart D EcoHub
1. ถ่ายทอดและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม
เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ใน 5 กลุ่มหลัก ผ่านกระบวนการออกแบบร่วมกับชุมชน (Co-design) และการทดสอบในสถานประกอบการจริง (Real-case Testing) เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่ใช้ต้นทุนต่ำ ดูแลรักษาง่าย และตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของชุมชน

2. พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ
บ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการตามกรอบ SE Development Framework 5 ระดับ ตั้งแต่การลงทุนทั่วไปไปจนถึงการเป็นธุรกิจเพื่อสังคมเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมีทิศทางและวัดผลได้

3. เชื่อมโยงตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจ
ทำหน้าที่เป็น "โซ่ข้อกลาง" เชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นกับตลาดขนาดใหญ่ผ่านพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ CJ Express Group, Carabao Group และตลาดโอกาสดี ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

4. สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมชุมชนแบบจตุรภาคี
บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และชุมชน ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบ RAISE Platform เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

5. สร้างความยั่งยืนด้วยตนเอง
พัฒนาโมเดลการบริหารจัดการที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้ (Self-sustaining) จากค่าบริการและค่าเช่าเครื่องมือ พร้อมพัฒนาระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่นและ Digital Platform เพื่อให้ความรู้และนวัตกรรมสามารถขยายผลต่อได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ประเภทการให้บริการ
1. บริการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี
ศูนย์ให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ด้านเกษตรและอาหาร

2. บริการให้คำปรึกษาและ Coaching
ศูนย์จัดระบบพี่เลี้ยงท้องถิ่น (Local Tech Mentor) จำนวน 100 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกอบรมมาอย่างเข้มข้น ให้คำปรึกษาและติดตามความก้าวหน้าของผู้ประกอบการรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิคการผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริหารต้นทุน การวางแผนการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาสู่ธุรกิจเพื่อสังคม นอกจากนี้ยังมีการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้าน ESG และ CSR สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับสู่ SE Framework ในระดับที่สูงขึ้น

3. บริการห้องปฏิบัติการและพื้นที่ทดลองผลิต
ศูนย์มีห้องปฏิบัติการและเครื่องมือพร้อมใช้สำหรับการทดลองผลิต ทดสอบคุณภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าใช้พื้นที่และอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องลงทุนเองในระยะแรก บริการนี้ครอบคลุมการทดสอบเทคโนโลยีในสถานประกอบการจริง (Real-case Testing) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อวัดประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก่อนนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์

4. บริการเชื่อมโยงตลาดและสร้างเครือข่ายธุรกิจ
ศูนย์ทำหน้าที่เป็น "โซ่ข้อกลาง" เชื่อมผู้ประกอบการกับตลาดที่มีศักยภาพผ่านพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง ได้แก่ CJ Express Group สำหรับช่องทางโลจิสติกส์และกระจายสินค้าทั่วประเทศ Carabao Group สำหรับการตลาดและการสร้างแบรนด์ และตลาดโอกาสดีสำหรับการจำหน่ายสินค้าชุมชนคุณภาพในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนการขายผ่านช่องทางออนไลน์และ e-Commerce เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

5. บริการบ่มเพาะและพัฒนาสู่ธุรกิจเพื่อสังคม (SE Incubation)
ศูนย์ให้บริการประเมินและพัฒนาผู้ประกอบการตามกรอบ SE Development Framework อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมิน SE Baseline จนถึงการบ่มเพาะตามระดับความพร้อม 5 ระดับ โดยแต่ละระดับมีหลักสูตรและกิจกรรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ครอบคลุมทักษะด้าน Financial Literacy การออกแบบ Impact Business Model การวัดผลกระทบทางสังคม (Social Return on Investment) ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อสังคม (Impact Investment)

6. บริการ Digital Platform และคลังความรู้ออนไลน์
ศูนย์พัฒนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี คู่มือการใช้งาน วิดีโอสาธิต แนวปฏิบัติที่ดี และกรณีศึกษาความสำเร็จ (Case Studies) ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขอคำปรึกษา และเชื่อมต่อกับเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นๆ ได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน
การสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด
นวัตกรรมพร้อมใช้

ข้อมูลติดต่อศูนย์

ที่ตั้ง
ตลาดโอกาสดี@คลองเขื่อน
ขั้นตอนการรับบริการ

- ยังไม่มีข้อมูลขั้นตอนการให้บริการ -

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

- ยังไม่มีคำถามที่พบบ่อย -

แผนที่ศูนย์